Guestpost โฟสฟรี ถ้าคุณมีสาระดีๆ ที่นี่เราให้คุณได้แบ่งปัน

การเตรียมห้องนอนและ...
 
Notifications
Clear all

การเตรียมห้องนอนและของใช้สำหรับลูก

Page 2 / 4
baby8
(@baby8)
Eminent Member

Ailebebe Kurutto 5i Premium

ของใช้เด็ก ประเภทคาร์ซีทสำหรับเด็กแรกเกิด – 4 ปี หรือน้ำหนัก 2.5 – 18 kg.

สี : สีดำ / สีเทา

น้ำหนักสินค้า : 14.8 kg.

 

 

คาร์ซีทแรกเกิด Kurutto 5 Series พิเศษด้วยดีไซน์และสีที่มีเฉพาะในประเทศไทย เท่านั้น Exclusive For Thailand

ติดตั้งด้วยระบบ ISOFIX พร้อม Control Lock ที่ง่ายสะดวกและปลอดภัยกว่า

  • Non-Belt ISOFIX ระบบ ISOFIX แบบ 100% คือการใช้ ISOFIX ที่เชื่อมเป็นชิ้นเดียวกับคาร์ซีทโดยปราศจากเข็มขัดเชื่อมต่อ ไม่หักง่ายและปลอดภัยกว่า
  • ขาค้ำแบบคู่ หน้าสัมผัสพื้นกว้างและยึดได้มั่นคงกว่า

หมุนได้ 360° ด้วยมือข้างเดียว

  • มาพร้อมลูกบิด จับถนัดมือ หมุนง่าย เพียงบิดแล้วหมุน จะช่วยให้การนำลูกน้อย ขึ้น-ลง ได้ง่ายขึ้น

หมุนแบบไร้เสียง เพื่อให้การนอนของลูกน้อยเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ไม่สะดุ้งตื่น

  • หมุนเพื่ออุ้มลูกขึ้น-ลงในที่แคบได้อย่างง่ายดาย
  • ไม่ควรหมุนในขณะที่รถกำลังเคลื่อนที่

Side Impact Protecftion

  • ปกป้องการกระแทกจากด้านข้างของ คาร์ซีท ด้วยพนักพิงด้านข้างกว้างถึง 21 cm.
  • 3 Levels of Reclining ปรับเอนได้ 3 ระดับ

ปรับเข็มขัดนิรภัยและปรับหมอนรองศีรษะ ที่ คาร์ซีท ได้ง่ายตามช่วงวัยที่เหมาะสม

  • ปรับระดับเข็มขัดนิรภัย จากด้านหน้า คาร์ซีท ง่ายเพียงปุ่มเดียว
  • หมอนรองศีรษะของ คาร์ซีท ปรับขึ้น-ลงได้ตามความสูง

หมอนรองศีรษะหนานุ่มพิเศษ ช่วยประคองศีรษะในขณะหลับได้ดี

  • วัสดุ EPS FOAM หนาถึง 40 mm. ช่วยรองรับแรงกระแทกได้อย่างปลอดภัย พร้อม Ultra Cushion เพิ่มความนุ่มสบาย

Infant Cushion Flat รองรับสรีระเด็กแรกเกิด เสมือนท่าอุ้มของแม่

  • ลูกน้อยนอนหลับได้อย่างสบายและปลอดภัยไม่ต่างจากอ้อมกอดแม่

ช่องหลังคาขนาดใหญ่ของ คาร์ซีท ทำให้นอนหลับได้อย่างสบายขึ้น ช่วยกันUV 95%

  • ช่วยป้องกันได้ทั้งแสงแดด รังสีอัลตร้าไวโอเลต แสงสว่างจากไฟถนนตอนกลางคืน และลมจากเครื่องปรับอากาศ

 

ช่องระบายอากาศ ระบายความร้อน ลดความอับชื้น

  • มีช่องระบายอากาศมากถึง 1,695 ช่อง ทั่วทั้งตัว ช่วยระบายความร้อน และลดความอับชื้นได้ดี

ผ้าระบายอากาศเนื้อผ้าตาข่ายที่ตัว คาร์ซีท มีความเรียบนุ่มไม่เก็บฝุ่น

  • เมื่อเหงื่อเด็กระบายได้ดี ช่วยให้สบายตัวยิ่งขึ้น และไม่เก็บฝุ่น ไม่ระคายเคืองต่อผิวเด็กที่บอบบาง และสามารถถอดซักกับเครื่องซักผ้าได้

 

จำหน่ายสินค้าแม่และเด็ก ของใช้เด็ก รถเข็น คาร์ซีท
https://www.baby8slot.com

ReplyQuote
Topic starter Posted : 19/04/2021 10:43 pm
baby8
(@baby8)
Eminent Member

Ailebebe Kurutto 5i Grance

ราคาปกติ : 42,900.00 บาท

ราคาพิเศษ : 30,900.00 บาท

คาร์ซีทสำหรับเด็กแรกเกิด – 4 ปี หรือน้ำหนัก 2.5 – 18 kg.

สี : สีเบจ / สีน้ำตาล

น้ำหนักสินค้า : 14.8 kg.

 

คาร์ซีทแรกเกิด Kurutto 5 Series พิเศษด้วยดีไซน์และสีที่มีเฉพาะในประเทศไทย เท่านั้น Exclusive For Thailand

    

ติดตั้งด้วยระบบ ISOFIX พร้อม Control Lock ที่ง่ายสะดวกและปลอดภัยกว่า

  • Non-Belt ISOFIX ระบบ ISOFIX แบบ 100% คือการใช้ ISOFIX ที่เชื่อมเป็นชิ้นเดียวกับคาร์ซีทโดยปราศจากเข็มขัดเชื่อมต่อ ไม่หักง่ายและปลอดภัยกว่า
  • ขาค้ำแบบคู่ หน้าสัมผัสพื้นกว้างและยึดได้มั่นคงกว่า

หมุนได้ 360° ด้วยมือข้างเดียว

  • มาพร้อมลูกบิด จับถนัดมือ หมุนง่าย เพียงบิดแล้วหมุน จะช่วยให้การนำลูกน้อย ขึ้น-ลง ได้ง่ายขึ้น

หมุนแบบไร้เสียง เพื่อให้การนอนของลูกน้อยเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ไม่สะดุ้งตื่น

  • หมุนเพื่ออุ้มลูกขึ้น-ลงในที่แคบได้อย่างง่ายดาย
  • ไม่ควรหมุนในขณะที่รถกำลังเคลื่อนที่

Side Impact Protecftion

  • ปกป้องการกระแทกจากด้านข้างของ คาร์ซีท ด้วยพนักพิงด้านข้างกว้างถึง 21 cm.
  • 3 Levels of Reclining ปรับเอนได้ 3 ระดับ

ปรับเข็มขัดนิรภัยและปรับหมอนรองศีรษะ ที่ คาร์ซีท ได้ง่ายตามช่วงวัยที่เหมาะสม

  • ปรับระดับเข็มขัดนิรภัย จากด้านหน้า คาร์ซีท ง่ายเพียงปุ่มเดียว
  • หมอนรองศีรษะของ คาร์ซีท ปรับขึ้น-ลงได้ตามความสูง

หมอนรองศีรษะหนานุ่มพิเศษ ช่วยประคองศีรษะในขณะหลับได้ดี

  • วัสดุ EPS FOAM หนาถึง 40 mm. ช่วยรองรับแรงกระแทกได้อย่างปลอดภัย พร้อม Ultra Cushion เพิ่มความนุ่มสบาย

 

Infant Cushion Flat รองรับสรีระเด็กแรกเกิด เสมือนท่าอุ้มของแม่

  • ลูกน้อยนอนหลับได้อย่างสบายและปลอดภัยไม่ต่างจากอ้อมกอดแม่

ช่องหลังคาขนาดใหญ่ของ คาร์ซีท ทำให้นอนหลับได้อย่างสบายขึ้น ช่วยกันUV 95%

  • ช่วยป้องกันได้ทั้งแสงแดด รังสีอัลตร้าไวโอเลต แสงสว่างจากไฟถนนตอนกลางคืน และลมจากเครื่องปรับอากาศ

ช่องระบายอากาศ ระบายความร้อน ลดความอับชื้น

  • มีช่องระบายอากาศมากถึง 1,695 ช่อง ทั่วทั้งตัว ช่วยระบายความร้อน และลดความอับชื้นได้ดี

ผ้าระบายอากาศเนื้อผ้าตาข่ายที่ตัว คาร์ซีท มีความเรียบนุ่มไม่เก็บฝุ่น

  • เมื่อเหงื่อเด็กระบายได้ดี ช่วยให้สบายตัวยิ่งขึ้น และไม่เก็บฝุ่น ไม่ระคายเคืองต่อผิวเด็กที่บอบบาง และสามารถถอดซักกับเครื่องซักผ้าได้

 

 

จำหน่ายสินค้าแม่และเด็ก ของใช้เด็ก รถเข็น คาร์ซีท
https://www.baby8slot.com

ReplyQuote
Topic starter Posted : 20/04/2021 3:53 pm
baby8
(@baby8)
Eminent Member

Ailebebe Kurutto 5i Premium

คาร์ซีทสำหรับเด็กแรกเกิด – 4 ปี หรือน้ำหนัก 2.5 – 18 kg.

ราคาปกติ : 39,500.00 บาท

ราคาพิเศษ : 27,900.00 บาท

สี : สีดำ / สีเทา

น้ำหนักสินค้า : 14.8 kg.

 

 

คาร์ซีทแรกเกิด Kurutto 5 Series พิเศษด้วยดีไซน์และสีที่มีเฉพาะในประเทศไทย เท่านั้น Exclusive For Thailand

ติดตั้งด้วยระบบ ISOFIX พร้อม Control Lock ที่ง่ายสะดวกและปลอดภัยกว่า

  • Non-Belt ISOFIX ระบบ ISOFIX แบบ 100% คือการใช้ ISOFIX ที่เชื่อมเป็นชิ้นเดียวกับคาร์ซีทโดยปราศจากเข็มขัดเชื่อมต่อ ไม่หักง่ายและปลอดภัยกว่า
  • ขาค้ำแบบคู่ หน้าสัมผัสพื้นกว้างและยึดได้มั่นคงกว่า

หมุนได้ 360° ด้วยมือข้างเดียว

  • มาพร้อมลูกบิด จับถนัดมือ หมุนง่าย เพียงบิดแล้วหมุน จะช่วยให้การนำลูกน้อย ขึ้น-ลง ได้ง่ายขึ้น

หมุนแบบไร้เสียง เพื่อให้การนอนของลูกน้อยเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ไม่สะดุ้งตื่น

  • หมุนเพื่ออุ้มลูกขึ้น-ลงในที่แคบได้อย่างง่ายดาย
  • ไม่ควรหมุนในขณะที่รถกำลังเคลื่อนที่

Side Impact Protecftion

  • ปกป้องการกระแทกจากด้านข้างของ คาร์ซีท ด้วยพนักพิงด้านข้างกว้างถึง 21 cm.
  • 3 Levels of Reclining ปรับเอนได้ 3 ระดับ

ปรับเข็มขัดนิรภัยและปรับหมอนรองศีรษะ ที่ คาร์ซีท ได้ง่ายตามช่วงวัยที่เหมาะสม

  • ปรับระดับเข็มขัดนิรภัย จากด้านหน้า คาร์ซีท ง่ายเพียงปุ่มเดียว
  • หมอนรองศีรษะของ คาร์ซีท ปรับขึ้น-ลงได้ตามความสูง

หมอนรองศีรษะหนานุ่มพิเศษ ช่วยประคองศีรษะในขณะหลับได้ดี

  • วัสดุ EPS FOAM หนาถึง 40 mm. ช่วยรองรับแรงกระแทกได้อย่างปลอดภัย พร้อม Ultra Cushion เพิ่มความนุ่มสบาย

Infant Cushion Flat รองรับสรีระเด็กแรกเกิด เสมือนท่าอุ้มของแม่

  • ลูกน้อยนอนหลับได้อย่างสบายและปลอดภัยไม่ต่างจากอ้อมกอดแม่

ช่องหลังคาขนาดใหญ่ของ คาร์ซีท ทำให้นอนหลับได้อย่างสบายขึ้น ช่วยกันUV 95%

  • ช่วยป้องกันได้ทั้งแสงแดด รังสีอัลตร้าไวโอเลต แสงสว่างจากไฟถนนตอนกลางคืน และลมจากเครื่องปรับอากาศ

 

ช่องระบายอากาศ ระบายความร้อน ลดความอับชื้น

  • มีช่องระบายอากาศมากถึง 1,695 ช่อง ทั่วทั้งตัว ช่วยระบายความร้อน และลดความอับชื้นได้ดี

ผ้าระบายอากาศเนื้อผ้าตาข่ายที่ตัว คาร์ซีท มีความเรียบนุ่มไม่เก็บฝุ่น

  • เมื่อเหงื่อเด็กระบายได้ดี ช่วยให้สบายตัวยิ่งขึ้น และไม่เก็บฝุ่น ไม่ระคายเคืองต่อผิวเด็กที่บอบบาง และสามารถถอดซักกับเครื่องซักผ้าได้

จำหน่ายสินค้าแม่และเด็ก ของใช้เด็ก รถเข็น คาร์ซีท
https://www.baby8slot.com

ReplyQuote
Topic starter Posted : 22/04/2021 10:15 pm
baby8
(@baby8)
Eminent Member

คาร์ซีท Ailebebe Kurutto 5i Grance

ราคาปกติ : 42,900.00 บาท

ราคาพิเศษ : 30,900.00 บาท

คาร์ซีทสำหรับเด็กแรกเกิด – 4 ปี หรือน้ำหนัก 2.5 – 18 kg.

สี : สีเบจ / สีน้ำตาล

น้ำหนักสินค้า : 14.8 kg.

คาร์ซีทแรกเกิด Kurutto 5 Series พิเศษด้วยดีไซน์และสีที่มีเฉพาะในประเทศไทย เท่านั้น Exclusive For Thailand

    

ติดตั้งด้วยระบบ ISOFIX พร้อม Control Lock ที่ง่ายสะดวกและปลอดภัยกว่า

  • Non-Belt ISOFIX ระบบ ISOFIX แบบ 100% คือการใช้ ISOFIX ที่เชื่อมเป็นชิ้นเดียวกับคาร์ซีทโดยปราศจากเข็มขัดเชื่อมต่อ ไม่หักง่ายและปลอดภัยกว่า
  • ขาค้ำแบบคู่ หน้าสัมผัสพื้นกว้างและยึดได้มั่นคงกว่า

หมุนได้ 360° ด้วยมือข้างเดียว

  • มาพร้อมลูกบิด จับถนัดมือ หมุนง่าย เพียงบิดแล้วหมุน จะช่วยให้การนำลูกน้อย ขึ้น-ลง ได้ง่ายขึ้น

หมุนแบบไร้เสียง เพื่อให้การนอนของลูกน้อยเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ไม่สะดุ้งตื่น

  • หมุนเพื่ออุ้มลูกขึ้น-ลงในที่แคบได้อย่างง่ายดาย
  • ไม่ควรหมุนในขณะที่รถกำลังเคลื่อนที่

Side Impact Protecftion

  • ปกป้องการกระแทกจากด้านข้างของ คาร์ซีท ด้วยพนักพิงด้านข้างกว้างถึง 21 cm.
  • 3 Levels of Reclining ปรับเอนได้ 3 ระดับ

ปรับเข็มขัดนิรภัยและปรับหมอนรองศีรษะ ที่ คาร์ซีท ได้ง่ายตามช่วงวัยที่เหมาะสม

  • ปรับระดับเข็มขัดนิรภัย จากด้านหน้า คาร์ซีท ง่ายเพียงปุ่มเดียว
  • หมอนรองศีรษะของ คาร์ซีท ปรับขึ้น-ลงได้ตามความสูง

หมอนรองศีรษะหนานุ่มพิเศษ ช่วยประคองศีรษะในขณะหลับได้ดี

  • วัสดุ EPS FOAM หนาถึง 40 mm. ช่วยรองรับแรงกระแทกได้อย่างปลอดภัย พร้อม Ultra Cushion เพิ่มความนุ่มสบาย

 

Infant Cushion Flat รองรับสรีระเด็กแรกเกิด เสมือนท่าอุ้มของแม่

  • ลูกน้อยนอนหลับได้อย่างสบายและปลอดภัยไม่ต่างจากอ้อมกอดแม่

ช่องหลังคาขนาดใหญ่ของ คาร์ซีท ทำให้นอนหลับได้อย่างสบายขึ้น ช่วยกันUV 95%

  • ช่วยป้องกันได้ทั้งแสงแดด รังสีอัลตร้าไวโอเลต แสงสว่างจากไฟถนนตอนกลางคืน และลมจากเครื่องปรับอากาศ

ช่องระบายอากาศ ระบายความร้อน ลดความอับชื้น

  • มีช่องระบายอากาศมากถึง 1,695 ช่อง ทั่วทั้งตัว ช่วยระบายความร้อน และลดความอับชื้นได้ดี

ผ้าระบายอากาศเนื้อผ้าตาข่ายที่ตัว คาร์ซีท มีความเรียบนุ่มไม่เก็บฝุ่น

  • เมื่อเหงื่อเด็กระบายได้ดี ช่วยให้สบายตัวยิ่งขึ้น และไม่เก็บฝุ่น ไม่ระคายเคืองต่อผิวเด็กที่บอบบาง และสามารถถอดซักกับเครื่องซักผ้าได้

 

 

จำหน่ายสินค้าแม่และเด็ก ของใช้เด็ก รถเข็น คาร์ซีท
https://www.baby8slot.com

ReplyQuote
Topic starter Posted : 23/04/2021 11:29 pm
baby8
(@baby8)
Eminent Member

Ailebebe Kurutto 4S Premium

ราคาปกติ    ฿39,500.00

ลดเหลือ      ฿25,900.00

คาร์ซีทสำหรับเด็กแรกเกิด – 4 ปี น้ำหนัก 18 kg

Weight : 17.1 kg.

การติดตั้งคาร์ซีท Ailebebe รุ่น Kurutto 4s ติดตั้งด้วยระบบเข็มขัดนิรภัย แบบ Power Lock เพิ่มความปลอดภัยยิ่งขึ้นกว่าระบบเดิม

เพิ่มความปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยปุ่ม Power Lock

ขาค้ำมีความกว้างและมั่นคง

 

การออกแบบอย่างดี เพื่อให้การนั่งเป็นไปอย่างเหมาะสม กับทุกรุ่น

ก้านล้อคด้านข้างช่วยให้การล็อคสายเข็มขัดนิรภัยแน่นหนาขึ้น

 

สามารถหมุนได้ 360 องศา ง่ายและนุ่มนวลด้วยมือเดียว สะดวกในการอุ้มลูกน้อย ขึ้น-ลง ได้แม้ในที่แคบ

 

ลูกบิดเป็นรูปสามเหลี่ยมช่วยให้จับหมุนได้ถนัด และหมุนได้อย่างง่ายดาย

 

ที่คล้องสายเบลล์ เพื่อความสะดวกเมื่อต้องอุ้มลูกน้อยวางบนคาร์ซีทเพียงลำพัง

 

เบาะนั่งคาร์ซีท เหมาะสำหรับเด็กวัยแรกเกิด

เบาะนั่งคาร์ซีทที่ได้มาตรฐาน ช่วยรองรับสรีระเด็กแรกเกิด ทั้งศีรษะและสะโพกที่มีความบอบบาง ในท่าที่มีความมั่นคง

 

ลูกน้อยสามารถนอนหลับได้อย่างสบาย ช่วยรองรับสรีระลูกน้อยได้อย่างเหมาะสม และปกป้องได้อย่างปลอดภัย

 

เบาะรองนอนรองรับศีรษะและคอ ช่วยให้นอนได้อย่างมั่นคง หายใจได้สะดวก และรองรับช่วงสะโพก เพื่อให้ลูกน้อยนอนได้สบายและหลับได้ยาวนานยิ่งขึ้น

ชุดหมอนรองศรีษะและคอ

  • STEP1 สำหรับเด็กแรกเกิด – 3 เดือน ใช้ทั้งชุด เพื่อช่วยรองรับสรีระสำหรับเด็กแรกเกิด หมอนสำหรับรองหลัง ช่วยทำให้เอนนอนได้ถึง 160 องศา
  • STEP2 หลังจาก 3 เดือนขึ้นไป สามารถถอดหมอนรองหลัง ทำให้เอนนอนได้ 127 องศา และทำให้มีพื้นที่เพิ่มมากขึ้นในการนอน
  • STEP3 หลังจาก 5 เดือนขึ้นไป สามารถถอดผ้ารองตัวออกได้ทั้งหมด เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้กว้างขึ้น ตามช่วงวัยและสรีระเด็กที่เจริญเติบโตขึ้นด้วย

ระบบยุบตัวอัตโนมัติภายใน หากเกิดแรงปะทะ จะช่วยลดแรงกระแทกได้

 

 

ปรับระดับเข็มขัดนิรภัย 5 จุด ได้แบบง่ายดาย ไม่ต้องถอดผ้าหุ้มเบาะ และหมอนรองศีรษะสามารถปรับขึ้น-ลงได้ง่าย เช่นกัน

 

 

มีหลังคากันแสงUV 95% ปิดคลุมได้มิดเพื่อปกป้องลูกน้อยให้ห่างไกลจากความร้อนและแสงแดด

 

หลังคาสามารถปรับคลุมได้ทั้ง 2 ทิศทาง ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

 

ช่องระบายอากาศด้านหลัง ช่วยระบายความร้อนลดความอับชื้น

 

ตัวโครงสร้างคาร์ซีทกว้างถึง 330 mm. เหมาะกับสรีระการเติบโตของลูกน้อย

 

เพิ่มความปลอดภัยด้วยการเสริมวัสดุรองรับแรงกระแทก Ultra Cushion พนักพิงด้านข้างลึกถึง 21 cm. ช่วยปกป้องอุบัติเหตุจากด้านข้าง

 

ผ้าหุ้มคาร์ซีทถอดซักทำความสะอาดง่าย

 

 

Product Size : H640 × W455 × D700 (mm.) (Stuffed support leg)

Product Weight : 15.1 kg.

 

จำหน่ายสินค้าแม่และเด็ก ของใช้เด็ก รถเข็น คาร์ซีท
https://www.baby8slot.com

ReplyQuote
Topic starter Posted : 25/04/2021 12:43 am
baby8
(@baby8)
Eminent Member

ฉีดวัคซีนให้ครบตามวัย เพื่อความแข็งแรงของเจ้าตัวน้อย

หลังจากที่เจ้าตัวน้อยได้ลืมตามาดูโลกแล้ว คุณพ่อและคุณแม่ที่เตรียมของใช้เด็กเล็กให้กับเจ้าตัวน้อยแล้วจะต้องให้ความสำคัญกับความแข็งแรงในแต่ละช่วงวัย โดยเจ้าตัวน้อยทุกคนจะได้รับภูมิต้านทานบางส่วนมาจากนมของคุณแม่ตั้งแต่อยู่ในครรภ์แล้ว แต่อย่างไรก็ตามภูมิต้านทานโรคเหล่านี้จะคงอยู่เพียงชั่วคราวเท่านั้น การฉีดวัคซีนจึงช่วยสร้างภูมิต้านทานโรคให้แก่เจ้าตัวน้อยในระยะยาวได้ เนื่องจากการฉีดวัคซีนจะเป็นการกระตุ้นภูมิต้านทานโรคให้กับร่างกายของเจ้าตัวน้อยเพื่อทำลายเชื้อโรคนั้นๆได้

ประเภทของวัคซีน

วัคซีนสามารถแบ่งออกได้ 3 ประเภทด้วยกัน ได้แก่

  • วัคซีนเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ (Live attenuated vaccine) เป็นวัคซีนที่ใช้เชื้อจุลินทรีย์ที่ยังมีชีวิตอยู่แต่ถูกทำให้อ่อนแอลง จนไม่ทำให้เกิดโรคได้ เช่น วัคซีนโปลิโอชนิดกิน วัคซีนรวมหัด-หัดเยอรมัน-คางทูม วัคซีนอีสุกอีใส วัคซีนโรต้าและวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดพ่นจมูก
  • วัคซีนเชื้อตาย (Killed vaccine) เป็นวัคซีนที่ผลิตขึ้นจากเชื้อโรคทั้งตัวหรือบางส่วนของเชื้อที่ตายแล้ว เช่น วัคซีนตับอักเสบ เอ บี ไอกรน ไข้หวัดใหญ่ โปลิโอชนิดฉีด ไทฟอยด์ชนิดฉีด
  • วัคซีนประเภทท็อกซอยด์ (Toxoid) เป็นการนำพิษของเชื้อโรคมาทำให้หมดฤทธิ์แต่ยังสามารถกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้ ได้แก่ วัคซีนคอตีบ วัคซีนบาดทะยัก

 

นอกจากนี้วัคซีนยังสามารถแบ่งออกได้เป็น

  1. วัคซีนพื้นฐาน ซึ่งเป็นวัคซีนจำเป็นที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้เด็กไทยทุกคนต้องได้รับ ได้แก่ วัคซีนป้องกันวัณโรค วัคซีนตับอักเสบบี วัคซีนคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ฮิป โปลิโอ วัคซีนหัด หัดเยอรมัน คางทูม วัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี วัคซีนไข้หวัดใหญ่ และวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกจากเชื้อเอชพีวี 
  2. วัคซีนเสริมหมายถึง วัคซีนที่มีประโยชน์ในการป้องกันโรคเพิ่มเติมจากวัคซีนพื้นฐาน แต่ยังไม่มีความสำคัญด้านสาธารณสุขในลำดับต้นๆ เช่น วัคซีนนิวโมคอคคัสชนิดคอนจูเกต วัคซีนไวรัสโรต้า วัคซีนตับอักเสบเอ วัคซีนอีสุกอีใส เป็นต้น

กำหนดการฉีดวัคซีนของเจ้าตัวน้อยตามช่วงวัย

การฉีดวัคซีนเจ้าตัวน้อยควรเป็นไปตามที่กำหนดไว้อย่างครบถ้วน เพื่อสุขภาพของเจ้าตัวน้อยและลดการแพร่ระบาดของโรคในชุมชน กำหนดการฉีดวัคซีนของเจ้าตัวน้อยแบ่งออกได้ตามช่วงอายุ ดังนี้

วัคซีนทารกแรกเกิด

  1. วัคซีนป้องกันวัณโรค (BCG Vaccine) ฉีดให้เจ้าตัวน้อยก่อนออกจากโรงพยาบาล
  2. วัคซีนตับอักเสบบี (HBV) เข็มที่ 1 ฉีดภายใน 24 ชั่วโมงหลังเจ้าตัวน้อยเกิด

วัคซีนเจ้าตัวน้อยช่วงอายุ 1 เดือน

  1. วัคซีนตับอักเสบบี (HBV) เข็มที่ 2

วัคซีนเจ้าตัวน้อยช่วงอายุ 2 เดือน และ 4 เดือน

  1. วัคซีนรวม 5 โรค DTaP-IPV-HIB เข็มที่ 1(สำหรับอายุ 2 เดือน) ,เข็มที่ 2 (สำหรับอายุ 4 เดือน)

(วัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน-วัคซีนโปลิโอ-วัคซีนฮิป เพื่อป้องกันการติดเชื้อ Haemophilus influenzae type b ที่ทำให้เกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบในเด็กเล็ก โรคปอดบวม โรคข้ออักเสบ)

  1. วัคซีนนิวโมคอคคัสชนิดคอนจูเกต (PCV) ป้องกันโรคปอดบวม เข็มที่ 1(สำหรับอายุ 2 เดือน) ,เข็มที่ 2 (สำหรับอายุ 4 เดือน)
  2. วัคซีนไวรัสโรต้า (RV)  ป้องกันโรคท้องร่วงหยอดเข้าที่ปาก ครั้งที่ 1(สำหรับอายุ 2 เดือน) ,ครั้งที่ 2 (สำหรับอายุ 4 เดือน)

วัคซีนเจ้าตัวน้อยช่วงอายุ 6 เดือน

  1. วัคซีนรวม 6 โรค DTaP-IPV-HIB-HBV เข็มที่ 3

(วัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน-วัคซีนโปลิโอ-วัคซีนฮิป-วัคซีนตับอักเสบบี)

  1. วัคซีนนิวโมคอคคัสชนิดคอนจูเกต (PCV) ป้องกันโรคปอดบวม เข็มที่ 3
  2. วัคซีนไวรัสโรต้า (RV)  ป้องกันโรคท้องร่วง ครั้งที่ 3 (กรณี Pentavalent)

วัคซีนเจ้าตัวน้อยช่วงอายุ 9-12 เดือน

  1. วัคซีนป้องกันหัด หัดเยอรมันและคางทูม (MMR) เข็มที่ 1
  2. วัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี (JE) ป้องกันโรคไข้สมองอักเสบเจอี เข็มที่ 1
  3. วัคซีนไข้หวัดใหญ่ เข็มที่ 1 โดยฉีด 2 เข็มห่างกัน1 เดือนในครั้งแรก หลังจากนั้นแนะนำฉีดปีละครั้ง

วัคซีนเจ้าตัวน้อยช่วงอายุ 12-15 เดือน

  1. วัคซีนนิวโมคอคคัสชนิดคอนจูเกต (PCV) ป้องกันโรคปอดบวม เข็มที่ 4
  2. วัคซีนอีสุกอีใส เข็มที่ 1
  3. วัคซีนตับอักเสบเอ (HAV) เข็มที่ 1 ชนิดไม่มีชีวิตให้ 2 เข็มห่างกัน 6-12 เดือน

วัคซีนเจ้าตัวน้อยช่วงอายุ 18 เดือน

  1. วัคซีนรวม 5 โรค DTaP-IPV-HIB เข็มที่ 4

(วัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน-วัคซีนโปลิโอ-วัคซีนฮิป)

วัคซีนเจ้าตัวน้อยช่วงอายุ 2-4 ปี

  1. วัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี (JE) เข็มที่ 2 (แนะนำให้ฉีดในเด็กอายุ 2-2 ½ ปี)
  2. วัคซีนป้องกันหัด หัดเยอรมันและคางทูม (MMR) เข็มที่ 2
  3. วัคซีนอีสุกอีใส เข็มที่ 2

วัคซีนเจ้าตัวน้อยช่วงอายุ 4-6 ปี

  1. วัคซีนรวม 4 โรค DTaP-IPV เข็มที่ 5

(วัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน-วัคซีนโปลิโอ)

วัคซีนเจ้าตัวน้อยช่วงอายุ 11-12 ปี

  1. วัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก–ไอกรน (TdaP) กระตุ้น 1 เข็ม จากนั้นฉีดกระตุ้นด้วย Td ทุก 10 ปี
  2. วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกจากเชื้อเอชพีวี (HPV) ฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ปีขึ้นไปโดยฉีด 2 เข็มห่างกัน 6-12 เดือน (ฉีดได้ทั้งในเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชาย โดยในเด็กผู้ชายนั้นสามารถป้องกันโรคหูดหงอนไก่และมะเร็งทวารหนักในเด็กผู้ชายได้ด้วย)

หากคุณพ่อและคุณแม่ไม่สามารถนำเจ้าตัวน้อยไปฉีดวัคซีนได้ตรงตามกำหนดเวลาเนื่องจากติดเหตุจำเป็น เช่น เจ้าตัวน้อยมีอาการป่วย หลังจากเจ้าตัวน้อยหายดีแล้ว ให้รีบพาเจ้าตัวน้อยไปฉีดวัคซีนโดยไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นใหม่ ให้นับต่อไปได้เลย หากละเลยจนทำให้เจ้าตัวน้อยได้รับวัคซีนไม่ครบ อาจทำให้เจ้าตัวน้อยเป็นโรคร้ายแรงที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ นอกจากเรื่องการฉีดวัคซีนให้ครบถ้วนแล้ว การรักษาความสะอาดของใช้เด็ก อาทิเช่น เครื่องปั้มน้ำนม ขวดนม หรือแม้แต่รถเข็นเด็กก็เป็นสิ่งสำคัญอีกเช่นกัน

สามารถอ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่  https://www.baby8slot.com/

 

ขอบคุณข้อมูลจาก โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ แผนกกุมารเวชศาสตร์

 

จำหน่ายสินค้าแม่และเด็ก ของใช้เด็ก รถเข็น คาร์ซีท
https://www.baby8slot.com

ReplyQuote
Topic starter Posted : 30/04/2021 11:00 am
baby8
(@baby8)
Eminent Member

เมื่อเจ้าตัวน้อยฟันขึ้น

 

สิ่งที่คุณแม่ที่มีเจ้าตัวน้อยเป็นกังวลนอกจากเรื่องสุขภาพและพัฒนาการทางร่างกายของเจ้าตัวน้อยแล้ว เรื่องการขึ้นของฟันของเจ้าตัวน้อยก็เป็นอีกเรื่องที่คุณแม่เฝ้ารอว่า เมื่อไหร่นะที่ฟันซี่แรกของลูกจะขึ้น โดยฟันชุดแรกหรือที่เรียกว่าฟันน้ำนมมักจะเริ่มขึ้นโดยประมาณอายุราวๆ 6 เดือน

อาการเจ็บๆคันๆเหงือก ไม่สบายตัว หงุดหงิดงอแงอาจพบได้ในเจ้าตัวน้อยบางรายที่ฟันของเจ้าตัวน้อยกำลังจะขึ้น เป็นอีกช่วงเวลาในการเติบโตของเจ้าตัวน้อยที่คงหนีไม่พ้น คุณพ่อและคุณแม่จึงควรดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเหงือกของเจ้าตัวน้อยอาจมีอาการบวมแดงในบริเวณที่ฟันกำลังจะขึ้น และคุณพ่อและคุณแม่สามารถช่วยลดอาการหงุดหงิด บรรเทาการเจ็บๆคันๆนี้ได้

 

วิธีการช่วยบรรเทาอาการเจ็บๆ คันๆเหงือก ทำได้หลากวิธี

  • เมื่อเจ้าตัวน้อยมีอาการบวมแดงที่เหงือก ให้คุณพ่อและคุณแม่ใช้ผ้าสะอาดห่อน้ำแข็งก้อนเล็กๆและผูกให้แน่นแล้วนำไปให้เจ้าตัวน้อยอมๆ เคี้ยวๆ เพื่อลดอาการคันเหงือกได้
  • หลังจากล้างมือของคุณพ่อและคุณแม่ให้สะอาด ให้คุณพ่อและคุณแม่ใช้นิ้วของคุณพ่อและคุณแม่นวดเหงือกของเจ้าตัวน้อยเบาๆ การนวดจะให้เจ้าตัวน้อยผ่อนคลาย
  • หายางกัดสำหรับสำหรับเจ้าตัวน้อย ซึ่งควรเลือกชนิดที่ปราศจากสาร BPA และไม่มีส่วนประกอบของชิ้นส่วนเล็กๆ เพราะชิ้นส่วนเล็กๆอาจจะหลุดติดคอของเจ้าตัวน้อยได้
  • แต่หากเจ้าตัวน้อยยังมีอาการงอแง หรือมีไข้ต่ำ คุณพ่อและคุณแม่สามารถให้ยาแก้ปวดพาราเซตามอลสำหรับเด็กได้ในปริมาณยาที่เหมาะสม แต่ควรปรึกษากุมารแพทย์ หรือเภสัชกรก่อนการให้ยากับเจ้าตัวน้อยทุกครั้ง

วิธีการดูแลรักษาฟันของเจ้าตัวน้อย

เมื่อฟันของเจ้าตัวน้อยเริ่มขึ้นแล้ว คุณพ่อและคุณแม่ควรเริ่มต้นดูแลรักษาฟันตั้งแต่ฟันซี่แรก เพื่อป้องกันไม่ให้แบคทีเรียกัดกร่อนสารเคลือบฟันก่อนฟันของเจ้าตัวน้อยจะผุ

  • ใช้ช้อนและอุปกรณ์บนโต๊ะอาหารชนิดอื่นๆ แยกจากเจ้าตัวน้อย เพราะน้ำลายในช่องปากของคุณพ่อและคุณแม่มีเชื้อแบคทีเรียที่สามารถทำให้ฟันผุ คุณพ่อและคุณแม่จึงควรดูแลสุขภาพในช่องปากด้วยเช่นกัน เพื่อลดโอกาสการแพร่เชื้อแบคทีเรียไปสู่เจ้าตัวน้อย
  • ไม่ควรให้ขวดนมคาปากเจ้าตัวน้อยนานๆ เมื่อเจ้าตัวน้อยดื่มนมเสร็จ ควรนำขวดนมออกจากปากทันที ไม่ควรให้คาขวดนมไว้ในขณะที่เจ้าตัวน้อยหลับ เพราะน้ำตาลที่มีในนมจะทำให้แบคทีเรียที่อยู่ในปากของเจ้าตัวน้อยผลิตกรดที่ทำให้ฟันผุออกมา และหลังจากให้นมเรียบร้อย คุณพ่อและคุณแม่ควรเช็ดทำความสะอาดฟันให้เจ้าตัวน้อยด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลากลางคืน
  • ฟันผุเพราะน้ำผลไม้ ในช่วงวัย 1-6 ปี ไม่ควรให้เจ้าตัวน้อยดื่มน้ำผลไม้ 100% เกินวันละ 4-6 ออนซ์ เพราะน้ำผลไม้หลายๆยี่ห้อเป็นน้ำที่เติมน้ำตาลและแต่งรสเลียนแบบน้ำผลไม้ธรรมชาติ ควรให้กินเป็นผลไม้สดจะดีกว่า
  • ฝึกดื่มนมจากถ้วย เพราะการดูดนมจากขวดบ่อยๆ จะทำให้ฟันผุง่ายกว่า เมื่ออายุครบ 1 ขวบหรืออาจจะเร็วกว่านั้นคุณพ่อและคุณแม่ควรฝึกพัฒนาการให้เจ้าตัวน้อยเริ่มดื่มนมจากแก้วแทนขวดนม
  • กินอาหารที่มีประโยชน์ ในแต่ละมื้ออาหารควรประกอบด้วยอาหารที่ช่วยลดโอกาสของการเกิดฟันผุ เช่น ธัญพืชไม่ขัดสี ผักและผลไม้ เพราะจะช่วยขจัดน้ำตาลในปากและป้องกันการเกิดคราบหินปูน และควรให้เจ้าตัวน้อยบ้วนปากหรือแปรงฟันหลังกินของหวานๆด้วย
  • ทำความสะอาดฟันให้เจ้าตัวน้อย เมื่อฟันซี่แรกขึ้น คุณพ่อและคุณแม่ก็ควรเริ่มทำความสะอาดฟันได้เลยด้วยผ้านุ่มๆ หรือผ้าก๊อชชุบน้ำ และเมื่อฟันขึ้นเยอะขึ้นให้คุณพ่อและคุณแม่ทำความสะอาดฟันด้วยแปรงสีฟันนิ่มๆ และใช้ยาสีฟันที่เสริมฟลูออไรด์สำหรับเด็ก

 

ความสะอาดเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับเจ้าตัวน้อย คุณพ่อและคุณแม่จึงควรใส่ใจในรายละเอียดให้มาก ไม่ว่าจะเป็นร่างกายของเจ้าตัวน้อย ของใช้เด็กต่างๆ เช่น ยางกัด ขวดนม เครื่องปั้มน้ำนม และอื่นๆ คุณพ่อและคุณแม่สามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องความสะอาด หรือบทความอื่นๆ ที่มีประโยชน์ได้ที่ www.baby8slot.com

 

จำหน่ายสินค้าแม่และเด็ก ของใช้เด็ก รถเข็น คาร์ซีท
https://www.baby8slot.com

ReplyQuote
Topic starter Posted : 01/05/2021 10:03 am
baby8
(@baby8)
Eminent Member

เด็กโคลิก

 

เมื่อคุณพ่อและคุณแม่เห็นเจ้าตัวน้อยร้องไห้ไม่หยุด ย่อมมีความกังวลใจไม่มากก็น้อย ยิ่งหากเป็นคุณพ่อและคุณแม่มือใหม่แล้ว ความกังวลใจยิ่งมีเป็นอย่างมาก เนื่องจากเจ้าตัวน้อยยังไม่สามารถอธิบายความเจ็บปวด หรือความรู้สึกนั้นออกมาเป็นคำพูดได้ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักอาการร้องไห้ไม่หยุดของเจ้าตัวน้อยกัน หรือที่คนส่วนใหญ่ชอบเรียกกันว่า “เด็กโคลิก”

 

โคลิก เป็นอาการที่พบได้บ่อยในเด็กแรกเกิดอายุตั้งแต่ 3 สัปดาห์ถึง 3 เดือนเจ้าตัวน้อยจะร้องมาก ร้องนาน และมักชอบร้องตอนกลางคืน โดยอาการเวลาร้องจะร้องจนตัวงอ ขางอ ตัวงอ หรือกำมือ ทำให้เกิดความเครียด และความวิตกกังวลกับพ่อแม่และครอบครัวเป็นอย่างมาก

 

สาเหตุที่ทำให้เกิดเด็กโคลิก

 

อาการของโรคยังไม่เป็นที่บ่งชี้ได้แน่นอนว่าเกิดจากอะไร แต่โรคโคลิกอาจ

เกิดได้จากหลายสาเหตุ

  1. พื้นฐานทางด้านอารมณ์ของเจ้าตัวน้อย (กลุ่มเด็กเลี้ยงยาก)
  2. เจ้าตัวน้อยกลืนอากาศเข้าไปมากในระหว่างการดูดนม
  3. อาการแน่นท้อง หรือท้องอืด เนื่องจากไม่สามารถขับลมออกมาได้
  4. เจ้าตัวน้อยอยู่ในท่านอนที่ไม่เหมาะสม
  5. เจ้าตัวน้อยกินมากเกินไป หรือน้อยเกินไป
  6. ความเครียดหรือความวิตกกังวลที่เกิดขึ้นในระหว่างที่คุณแม่ตั้งครรภ์
  7. เจ้าตัวน้อยที่มีภาวะ/โรคกรดไหลย้อน
  8. การเคลื่อนตัวของลำไส้ผิดปกติที่มีการเคลื่อนตัวมากเกินไป
  9. เจ้าตัวน้อยกินอาหารพวกแป้งมากเกินไป ทำให้ลำไส้ย่อยแป้งไม่หมดจึงทำให้เกิดแก๊สในลำไส้มาก เจ้าตัวน้อยจึงแน่นอึดอัดท้อง
  10. เจ้าตัวน้อยที่มีการแพ้อาหาร หรือได้รับน้ำผลไม้บางชนิด เช่น น้ำแอปเปิ้ล
  11. ปัญหาทางอารมณ์ของคุณพ่อและคุณแม่ สามารถส่งผลถึงเจ้าตัวน้อยได้
  12. มีการเปลี่ยนแปลงของเชื้อแบคทีเรียในลำไส้เด็ก โดยเฉพาะมีเชื้อแบคทีเรียบางกลุ่มสัมพัมธ์กับการเกิดอาการโคลิก

 

วิธีการรับมือเมื่อเจ้าตัวน้อยมีอาการโคลิก

เมื่อเจ้าตัวน้อยร้องไห้ อาจแสดงถึงความต้องการว่าหิว เหนื่อย กลัว หรืออาจร้องไห้เพราะเจ็บป่วยหรือเป็นผลมาจากความผิดปกติในร่างกาย การรับมือกับอาการโคลิกทำได้หลายวิธี แต่บอกไม่ได้ว่าวิธีไหนคือวิธีที่ดีที่สุด อาจต้องใช้เวลาในการค้นหาหรือทดลองจนกว่าจะเจอวิธีที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม คุณพ่อและคุณแม่อาจลองปฏิบัติตามแนวทางดังต่อไปนี้

  1. ตรวจสอบความชื้นของผ้าอ้อมหรือผ้าอ้อมสำเร็จรูปว่าเปียกหรือชื้นมากเกินไปจนทำให้เจ้าต้วน้อยไม่สบายตัวหรือเปล่า
  2. บางครั้งเจ้าตัวน้อยร้องไห้อาจจะไม่ได้หิวนมเสมอไป เพียงแค่ต้องการหรืออยากจะดูดบางอย่าง คุณพ่อและคุณแม่อาจให้ลูกน้อยดูดจุกหลอกหรือดูดนิ้วมือของเจ้าตัวน้อยเองก็ได้
  3. นวดผ่อนคลาย เหมาะสำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 6 สัปดาห์ขึ้นไป นอกจากจะช่วยผ่อนคลายทารกแล้วยังช่วยไล่ลมและกระตุ้นระบบย่อยอาหารได้อีกด้วย

 

วิธีการรักษาโคลิก

ยังไม่มีการรักษาเฉพาะสำหรับภาวะโคลิก เนื่องจากยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่นอน แต่มีความพยายามลดสาเหตุที่อาจทำให้เกิดโคลิกซึ่งทำให้เจ้าตัวน้อยหลายรายมีอาการดีขึ้น ได้แก่

  1. ในเจ้าตัวน้อยที่ดื่มนมของคุณแม่ คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงอาหารบางอย่างที่อาจทำให้เกิดการแพ้อาหารในเจ้าตัวน้อยได้ เช่น นมวัว
  2. ควรลดความเครียดหรือความวิตกกังวลในครอบครัว คุณพ่อและคุณแม่ควรทำความเข้าใจว่าโคลิกเป็นอาการที่เกิดขึ้นชั่วคราว และจะสามาถหายได้เอง
  3. เจ้าตัวน้อยที่ต้องดื่มนมอื่นแทนนมแม่ คุณพ่อและคุณแม่ควรเลือกนมที่แพ้ได้น้อย
  4. เมื่อให้เจ้าตัวน้อยดื่มนม หรือดื่มน้ำจากขวด ระวังอย่าให้มีอากาศแทรกเข้าไปตรงบริเวณที่เด็กดูดนม ต้องยกขวดให้สูงจนนมหรือน้ำเต็มบริเวณจุกขวดไม่มีอากาศแทรก ซึ่งปัจจุบันมีขวดนมสำหรับป้องกันโคลิกวางจำหน่ายแล้วในหมวดหมู่ของใช้เด็ก
  5. หลังป้อนนมเจ้าตัวน้อยเสร็จแล้ว ควรจับให้นั่ง หรืออุ้มพาดบ่าเพื่อให้เจ้าตัวน้อยเรอเอาอากาศออกมา
  6. ยาบางชนิดอาจช่วยได้ เช่นSimethicone (ยาลดแก็สในกระเพาะอาหารและลำไส้ ลดอาการท้องอืด) เป็นยาที่ใช้กันเป็นสามัญทั่วไป แต่ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนการใช้ยา

หากเจ้าตัวน้อยมีอาการร้องมาก ร้องนานกว่าปกติโดยยังไม่ทราบสาเหตุ คุณพ่อและคุณแม่ควรพาเจ้าตัวน้อยไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาอาการที่ผิดปกติ หรือพาไปตรวจวินิจฉัยหาโรคอื่นๆ เพื่อให้แพทย์ซักประวัติตรวจร่างกายของเจ้าตัวน้อยเพื่อให้เจ้าตัวน้อยได้รับการรักษาที่ถูกต้อง

 

ขอขอบคุณข้อมูล : โรงพยาบาลเอกชัย

 

จำหน่ายสินค้าแม่และเด็ก ของใช้เด็ก รถเข็น คาร์ซีท
https://www.baby8slot.com

ReplyQuote
Topic starter Posted : 07/05/2021 1:26 am
baby8
(@baby8)
Eminent Member

ทำไมต้องใช้คาร์ซีท

 

ปัจจุบันครอบครัวส่วนใหญ่มีการเดินทางที่มากขึ้น ซึ่งการเดินทางด้วยรถยนต์ถือว่าเป็นเส้นทางหลัก ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเพื่อไปทำงาน ท่องเที่ยว หรือเพื่อธุระต่างๆ เมื่อคุณพ่อและคุณแม่มีเจ้าตัวน้อยเกิดขึ้นมา คุณพ่อและคุณแม่ก็จะต้องพาเจ้าตัวน้อยออกเดินทางไปด้วย อุปกรณ์ของใช้เด็กที่ใช้ในการเดินทางส่วนตัวของเจ้าตัวน้อยนั้นมีมากมาย แต่อุปกรณ์ที่เกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยก็มีความสำคัญที่ไม่แพ้กัน เช่น รถเข็นเด็ก คาร์ซีท ซึ่งจากการสำรวจเคสอุบัติเหตุทางรถยนต์นั้น พบได้ว่าหากเจ้าตัวน้อยได้นั่งอยู่ที่คาร์ซีท จะสามารถลดเปอร์เซ็นการเสียชีวิตและอาการบาดเจ็บได้สูงสุดถึง 71% กันเลยทีเดียว ผลของการสำรวจนี้ตอบคำถามและเป็นเหตุผลได้อย่างดีว่า ทำไมคาร์ซีทถึงมีความจำเป็นต่อเจ้าตัวน้อยสุดที่รักของคุณพ่อและคุณแม่

 

ทำความรู้จักกับ “คาร์ซีท”

คาร์ซีท (Car seat) คือ อุปกรณ์ที่นั่งนิรภัยสำหรับเจ้าตัวน้อย อายุ 0-12 ปี สำหรับติดตั้งในรถยนต์ระหว่างขณะเดินทาง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและป้องกันอันตรายต่างๆที่จะเกิดขึ้นแก่เจ้าตัวน้อย ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุจากการกระแทก การชน หรือการเบรกกะทันหัน เพราะหากไม่มีคาร์ซีทแล้วปล่อยให้เจ้าตัวน้อยนั่งหรือนอนโดยไม่มีอะไรยึดตัวไว้ หากเกิดอุบัติเหตุจะสามารถทำให้เจ้าตัวน้อยกระเด็นไปกระแทกกับตัวรถ หรืออาจจะกระเด็นออกนอกตัวรถได้ เพราะเข็มขัดนิรภัยภายในรถยนต์ขนาดมาตรฐานยังมีข้อจำกัดในการใช้งานสำหรับขนาดร่างกายของเจ้าตัวน้อยที่ไม่พอดีตัว

ประโยชน์ของคาร์ซีท คือ

ช่วยลดระดับความรุนแรงจากอุบัติเหตุ และลดการบาดเจ็บของร่างกายของเจ้าตัวน้อย โดยคุณพ่อและคุณแม่ต้องติดตั้งคาร์ซีทในจุดที่เหมาะสม (เช่น บริเวณจุดกึ่งกลางของเบาะหลัง) และปลอดภัยที่สุด (เพราะจะช่วยป้องกันแรงกระแทกที่เกิดจากทางด้านข้างได้) แม้ว่าคาร์ซีทจะช่วยในเรื่องของการเพิ่มความปลอดภัยแล้ว แต่การเลือกซื้อคาร์ซีทก็เป็นสิ่งสำคัญอีกเช่นกัน นอกจากพิจารณาจากรูปลักษณ์ รูปทรง ที่ตอบโจทย์การรองรับสรีระของเจ้าตัวน้อยแล้ว ยังมีปัจจัยอีกหลากหลายอย่างที่ยังต้องคำนึงถึงอีก

 

ประเภทของคาร์ซีท

คาร์ซีทแบ่งได้ตามช่วงอายุของเจ้าตัวน้อย โดยจะแบ่งเป็น 3 ประเภทหลักๆ ได้แก่

  1. คาร์ซีทสำหรับเด็กวัยแรกเกิด (Infant Seat)

ซึ่งยังสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทย่อย ตามลักษณะของสินค้า คือ

  • แบบกระเช้า ใช้ได้กับเด็กตั้งแต่แรกเกิด – 18 เดือน (หรือ 12 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่นและยี่ห้อ) และเด็กที่น้ำหนักตัวไม่เกิน 10 กิโลกรัม

 

  • แบบตัวใหญ่ ใช้ได้กับเด็กตั้งแต่แรกเกิด- 4 ปี (หรือ 7 ปี ขึ้นอยู่กับรุ่นและยี่ห้อ)

 

  1. คาร์ซีทสำหรับวัยเด็กเล็ก

สามารถใช้ได้กับเด็กอายุตั้งแต่ 9 เดือน – 4 ปี

 

  1. คาร์ซีทบูสเตอร์สำหรับเด็ก (Booster seat)

บูสเตอร์เหล่านี้ สามารถแบ่งออกเป็น 3 แบบ ตามอุปกรณ์เสริมที่มีมาในชุด คือ

  • แบบมีที่กั้นด้านหน้า มีพนักพิงพร้อมเบาะรองนั่ง ใช้ได้กับเด็กตั้งแต่ 1 – 12 ปี
  • แบบมีพนักพิงและเบาะรองนั่ง ใช้ได้กับเด็กตั้งแต่ 3 – 12 ปี
  • แบบมีแต่เบาะรองนั่ง ใช้ได้กับเด็กตั้งแต่ 5 – 12 ปี

 

เจ้าตัวน้อยต้องนั่งคาร์ซีทถึงเมื่อไหร่

เจ้าตัวน้อยควรต้องนั่งคาร์ซีทจนมีอายุ 4-7 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับร่างกาย น้ำหนัก ส่วนสูงของเจ้าตัวน้อย หรือขึ้นอยู่กับคาร์ซีทที่คุณพ่อและคุณแม่เลือกซื้อด้วยว่ารับน้ำหนักได้ถึงเท่าไหร่ หลังจากนั้นจึงค่อยเปลี่ยนมาเป็นที่นั่งเสริม หรือที่เรียกว่า Booster seat ที่จะช่วยยกระดับตัวของเจ้าตัวน้อยให้สูงขึ้นเพื่อที่จะได้สามารถคาดเข็มขัดนิรภัยของตัวรถได้พอดี และสิ่งที่คุณพ่อและคุณแม่อาจจะยังไม่ทราบคือ ควรให้เจ้าตัวน้อยนั่งอยู่เบาะหลังเสมอ จนกว่าเจ้าตัวน้อยจะมีความสูงเกิน 140 ซม.ขึ้นไป เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางของเจ้าตัวน้อยที่มากขึ้น

 

ความปลอดภัยในการเดินทางเป็นเรื่องสำคัญ อุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แม้ว่าคุณพ่อและคุณแม่จะคิดว่าระมัดระวังในส่วนของเราดีมากแล้วก็ตาม แต่คุณพ่อและคุณแม่ไม่สามารถควบคุมคนอื่น ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของเจ้าตัวน้อย ทุกครั้งที่เดินทางด้วยรถยนต์จะต้องให้เจ้าตัวน้อยนั่งคาร์ซีทเสมอ

 

อ่านบทความสำหรับแม่และเด็ก และจำหน่ายสินค้าแม่และเด็ก ของใช้เด็ก รถเข็น คาร์ซีท
https://www.baby8slot.com

ReplyQuote
Topic starter Posted : 08/05/2021 1:37 am
baby8
(@baby8)
Eminent Member

สีน้ำมูกบอกอะไร

 

หลายๆครั้งที่เจ้าตัวน้อยหรือคุณพ่อและคุณแม่เป็นหวัด คัดจมูก น้ำมูกไหล มีเสมหะ หรือแม้แต่อยู่ดีๆก็มีน้ำมูกไหลทั้งที่ไม่ได้เป็นหวัด หรือมีอาการใดๆ วันนี้แอดจะมาเล่าให้คุณพ่อและคุณแม่ได้ทราบกันว่าสีของน้ำมูก หรือเสมหะนั้น สามารถบ่งบอกถึงโรค หรือภาวะสุขภาพอะไรได้บ้าง

 

น้ำมูกเกิดจากอะไร ?

โดยปกติแล้วมนุษย์เราจะมีระบบทางเดินหายใจและทางเดินอาหารที่มีเยื่อบุทางเดินหายใจและทางเดินอาหาร ซึ่งมีต่อมสร้างน้ำมูก เมือก หรือเสมหะ เพื่อทำหน้าที่ป้องกันอวัยวะภายใต้เยื่อบุจากสารพิษ หรือสารระคายเคืองต่างๆ ทำให้อวัยวะดังกล่าวชื้นตลอดเวลา หากเยื่อบุที่คลุมอวัยวะดังกล่าวแห้ง จะทำให้เกิดอัตราเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูงขึ้น น้ำมูก หรือเมือกในทางเดินหายใจ จะทำหน้าที่ดักจับสิ่งต่างๆที่ปนมากับลมหายใจ เช่น สารก่อภูมิแพ้ (ไรฝุ่น, ละอองเกสร), ควัน, ฝุ่นบ้าน, เชื้อโรค และในน้ำมูก หรือเมือก ยังมีสารต่อต้านเชื้อโรค เช่น แอนติบอดี, เอนไซม์ ด้วย

 

ลักษณะสีของน้ำมูก

– น้ำมูกสีใส

น้ำมูกใสๆ ไม่มีสี และค่อนข้างจะไหลเป็นน้ำ มักประกอบด้วยน้ำ, แอนติบอดีที่ต่อต้านเชื้อโรค, เกลือ และโปรตีน อาจมาจากการร้องไห้ หรือเป็นหวัดเล็กน้อย โดยน้ำมูกที่ออกมาจะช่วยให้ภายในโพรงจมูกชุ่มชื่น ไม่แห้งจนเกินไป น้ำมูกลักษณะนี้สามารถหายไปได้เองโดยไม่ต้องทานยา

 

– น้ำมูกเหนียวข้นสีขาว

หากน้ำมูกมีลักษณะเหนียวข้น หรือมีความหนืดมากกว่าน้ำใสๆ อาจเนื่องมาจากการที่น้ำมูกถูกขังอยู่ในโพรงจมูกเป็นระยะเวลานาน จากเยื่อบุจมูกที่บวม นอกจากนั้นการรับประทานผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับนมมากเกินไป อาจทำให้น้ำมูกที่ออกมา หรือไหลลงคอ มีสีขาวขุ่นได้ เนื่องจากไขมันในผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับนม สามารถทำให้น้ำมูกสูญเสียความชุ่มชื้น ทำให้น้ำมูก หรือเสมหะมีลักษณะหนาและเหนียว และมีสีขาวขุ่นตามมาได้

 

– น้ำมูกเหนียวข้น สีเขียว หรือเหลือง

หากมีน้ำมูกที่เหนียวข้นกว่าเดิม และยังมีสีเขียว หรือเหลือง อาจหมายถึง มีการติดเชื้อแบคทีเรียในโพรงจมูกหรือไซนัส ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเรา จะส่งเซลล์ที่ต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย เช่น เซลล์เม็ดเลือดขาว ออกมาทำลายเชื้อแบคทีเรีย ทั้งเซลล์เม็ดเลือดขาว และเชื้อแบคทีเรียที่ตายแล้ว รวมทั้งเมือกและหนองต่างๆ จะรวมตัวกัน ทำให้น้ำมูกมีสีเหลืองได้

 

– น้ำมูกสีเทา

น้ำมูกที่มีสีเทา อาจบ่งบอกว่าในจมูกของคุณมีริดสีดวงจมูก (nasal polyp)  ริดสีดวงจมูกเกิดจากเยื่อบุจมูกหรือไซนัสที่บวมออกมาเป็นก้อนในโพรงจมูก หรือไซนัส ซึ่งไม่ใช่เนื้องอกร้ายแต่อย่างใด มักเกิดจากการอักเสบเรื้อรังของเยื่อบุจมูก ซึ่งมีสาเหตุมาจากโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้, โรคไซนัสอักเสบเรื้อรัง, โรคหืด หรือภาวะแพ้ยาแอสไพริน โรคไซนัสอักเสบจากเชื้อรา สามารถทำให้น้ำมูกหรือเสมหะมีสีเทาได้ ซึ่งมักเกิดจากสปอร์ของเชื้อรามาเกาะที่ผิวเยื่อบุจมูก และเจริญเติบโตมากขึ้น มักมีสาเหตุมาจากการบาดเจ็บของเยื่อบุจมูกเรื้อรัง หรือภูมิต้านทานของร่างกายลดน้อยลง

 

– น้ำมูกสีแดง

มักเกิดจากมีเส้นเลือดในโพรงจมูกแตก แล้วปนมากับน้ำมูก ซึ่งเส้นเลือดที่แตก อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การระคายเคือง หรือบาดเจ็บบริเวณจมูก, การอักเสบในโพรงจมูก, เนื้องอก, โรคของหลอดเลือดชนิดต่างๆ หรือแม้แต่การที่เยื่อบุจมูกแห้ง ทำให้เส้นเลือดในเยื่อบุโพรงจมูกอยู่ชิดกับผิวมากขึ้น ทำให้มีการแตกของเส้นเลือดได้ง่าย ซึ่งในกรณีที่น้ำมูกมีสีแดง โดยเฉพาะออกจากจมูกเพียงข้างใดข้างหนึ่ง ควรรีบไปปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด สาเหตุของจมูกแห้ง ได้แก่ ดื่มน้ำน้อย, อยู่ในห้องแอร์ ซึ่งมักจะทำให้เราต้องสัมผัสกับอากาศที่เย็นและแห้งเป็นประจำ หรือเปิดพัดลมเป่าจ่อที่หน้า หรือจมูกเป็นระยะเวลานาน หรืออยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีอากาศเย็นหรือหนาวจัด อาจต้องพ่นน้ำเกลือเข้าในโพรงจมูกบ่อยๆ หรือใช้เครื่องปรับอากาศให้อุ่นและชื้นขึ้น (humidifier)

 

– น้ำมูกสีดำ

มักพบในผู้ที่สูบบุหรี่หรือสูดยานัตถ์, ใช้ยาเสพติดที่ผิดกฎหมาย หรือผู้ที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีมลภาวะทางอากาศมาก หรืออาจเกิดจากการติดเชื้อราของโพรงจมูกหรือไซนัส

 

ดังนั้น หากคุณพ่และคุณแม่ทราบข้อมูลเหล่านี้แล้ว ในครั้งหน้าหากเจ้าตัวน้อยมีน้ำมูกหรือเสมหะ คุณพ่อและคุณแม่ก็ควรจะสังเกตุดูน้ำมูกหรือเสมหะที่ออกมาเพื่อจะได้รู้เท่าทันสุขภาพและอาการของเจ้าตัวน้อยกันค่ะ

 

คุณพ่อและคุณแม่สามารถเลือกซื้อสินค้าคุณภาพที่น่ารักๆ และได้รับข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมที่มีประโยชน์มากมายได้โดยการกดติดตาม กดไลค์ กดแชร์ บทความนี้ด้วยนะคะ

จำหน่ายสินค้าแม่และเด็ก ของใช้เด็ก รถเข็น คาร์ซีท
https://www.baby8slot.com

ขอขอบคุณข้อมูล : ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา, คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

ReplyQuote
Topic starter Posted : 09/05/2021 11:08 am
baby8
(@baby8)
Eminent Member

การหัดให้เจ้าตัวน้อยกินนมชงจากขวด แทนการการกินนมจากนมแม่

 

เมื่อคุณแม่มีปริมาณการผลิตน้ำนมที่ลดน้อยลง น้ำนมที่ปั๊มเก็บไว้จากเครื่องปั๊มน้ำนมที่เป็นของใช้เด็กสะสมไว้ใกล้หมด และถึงวัยหัดให้เจ้าตัวน้อยเริ่มหัดกินนมชงจากขวดแทน หรือคุณแม่ต้องออกไปทำงานหรือทำธุระข้างนอกหรือต้องพาเจ้าตัวน้อยออกไปข้างนอกและไม่สะดวกให้นมกับเจ้าตัวน้อย ไม่สะดวกที่จะปั๊มน้ำนมเก็บไว้ การหัดให้เจ้าตัวน้อยเริ่มหัดกินนมชงที่ควรเริ่มหัดนั่นจะเริ่มยังไงดีวันนี้ทาง www.bab8slot.com ของเรามีวิธีดีๆมาแนะนำกันค่ะ

การหัดให้เจ้าตัวน้อยกินนมชงจากขวด แทนการการกินนมจากนมแม่

 

การสลับนมชง กันน้ำนมแม่ วิธีนี้จะเหมาะคุณแม่ที่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านในตอนกลางวันทำให้คุณแม่ไม่สามารถให้น้ำนมจากเต้ากับเจ้าตัวน้อยได้เหมือนเดิม ใช่วงเช้าก่อนออกไปทำงาน และในช่วงเย็นหลังจากกลับมากจากการทำงานในตอนกลางวันจนถึงช่วงเวลาเข้านอนของเจ้าตัวน้อย ส่วนในระหว่างวันที่ให้คุณตาคุณยายหรือคุณปู่คุณย่า หรือพี่เลี้ยงที่ดูแลก็ให้กินนมชงจากขวดที่เป็นของใช้เด็กแทน ในช่วงแรกๆเจ้าตัวน้อยอาจจะไม่ยอมกินนมจากขวด หรืองอแงต้องการกินนมจากเต้า ก็เป็นเรื่องปกติวิธีนี้จะไปหนักที่คนเลี้ยงในตอนกลางวัน คุณแม่ควรทำความเข้าใจกับคนเลี้ยงเสียก่อน ส่วนคุณแม่ที่เป็นแม่บ้านเลี้ยงลูกอยู่บ้านอยู่แล้ว วิธีนี้ค่อนข้างจะยากเป็นพิเศษ เพราะเจ้าตัวน้อยจะติดเต้าเจ้าตัวน้อยจะเห็นเต้าอยู่ตรงหน้า จะงอแงเป็นพิเศษ คุณแม่ต้องใจแข็ง อย่าใจอ่อนให้กินนมจากเต้าเป็นอันขาด

 

ผสมนมชงกับน้ำนมแม่ หากคุณแม่เคยลองให้นมชง แล้วเจ้าตัวน้อยไม่ยอมกิน หรือบ้วนทิ้ง นั่นเพราะว่าเจ้าตัวน้อยรับรู้ถึงรสชาติของนมที่เปลี่ยนไป ดังนั้น การผสมนงชงกับนมแม่และค่อยๆปรับอัตราส่วนนมชงให้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นนมชงอย่างเดียวในที่สุด และค่อยๆปรับรสชาติให้เจ้าตัวน้อยมีความคุ้นเคยเสียก่อน และเป็นวิธีที่คุณแม่ส่วนใหญ่นิยมใช้กันมากที่สุด ส่วนการปรับอัตราส่วนนั้น ให้เริ่มจาก นมชง:น้ำนมแม่ เป็นอตราส่วน 1:3 , 2:2 , 3:1 , และ 4:0 ตามลำดับ โดยการใช้เวลาในแต่ละการเปลี่ยนอัตราส่วนประมาณ 1-3 วัน ต่อการปรับหนึ่งครั้ง

 

แบบหักดิบ เปลี่ยนจากน้ำนมแม่มาเป็นนมชงจากขวดเลย เจ้าตัวน้อยที่กินง่ายก้คงไม่มีปัญหาอะไรมากนัก แต่สำหรับเจ้าตัวน้อยที่กินยาก ตัวน้อยจะรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงและไม่ยอมดูดนมจากขวดง่ายๆ คุณแม่ต้องใจแข็ง เพราะเจ้าตัวน้อยอาจจะไม่ยอมดูดนมจากขวด 2-5 วันเลยทีเดียว ทางที่ดีควรใช้วิธีทางด้านบน ค่อยๆเป็นค่อยๆไปจะดีกว่านะคะ เพราะวิธีหักดิบนี้เหมาะกับเจ้าตัวน้อยที่กินง่ายค่ะ

 

ในระหว่างการเปลี่ยนนมนั้น เจ้าตัวน้อยอาจจะถ่ายแข็งขึ้น หรือเหลวไปบ้าง คุณแม่คุณพ่อไม่ต้องตกใจไปนะคะ เพราะเจ้าตัวน้อยอยู่ในระหว่างการปรับลำไส้ไม่เกิน 3-5 วัน ก็จะเข้าที่เข้าทางเองค่ะ แต่หากเจ้าตัวน้อยไม่มีการขับถ่ายเลยภายใน 7 วัน หลังการเปลี่ยนนม คุณแม่อาจจะต้องมองหานมชงยี่ห้ออื่นแทนค่ะ เพราะระบบขับถ่ายของเจ้าตัวน้อยอาจจะไม่เหมาะกับนมชงยี่ห้อที่เพิ่งเปลี่ยนไป

หากนมชงที่ให้เป็นนมวัว คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตอาการของเจ้าตัวน้อย ว่ามีอาการผดผื่นขึ้น ท้องเสีย หรือ หายใจติดขัดหรือไม่ เพราะเจ้าตัวน้อยอาจจะแพ้นมวัวได้ คุณพ่อคุณแม่จะได้แก้ไขอาการของเจ้าตัวน้อยได้ทันท่วงที และอาจจะต้องเปลี่ยนไปเป็นนมแพะ หรือนมที่พิเศษที่ไม่มีส่วนผสมของนมวัวแทนค่ะ

คุณพ่อคุณแม่ทุกท่านสามารถอ่านบทความที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์อื่นๆ หรือมองหาสินค้าคุณภาพเกรดพรีเมี่ยมนำเข้าจากต่างประเทศต่างๆ เช่น

 

จำหน่ายสินค้าแม่และเด็ก ของใช้เด็ก รถเข็น คาร์ซีท
https://www.baby8slot.com

ReplyQuote
Topic starter Posted : 10/05/2021 11:23 pm
baby8
(@baby8)
Eminent Member

วิธีดูแลเจ้าตัวน้อยในช่วงหน้าฝน

 

ในช่วงฤดูฝนนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรจะเตรียมตัวให้พร้อบรับมือ ที่คุณพ่อคุณม่จะดูแลเจ้าตัวน้อยด้วยของใช้เด็กและของใช้ต่างๆ อย่างไรให้ถูกวิธีโดยการไม่เป็นไข้หวัด โรคปอดบวม ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ต่างๆ หรือโรคมือ เท้า ปาก ในวันนี้ทาง www.baby8slot.com มีวิธีดูแลเจ้าตัวน้อยในหน้าฝนมาฝาก คุณพ่อคุณแม่ทุกๆท่านกันค่ะ

 

พกร่มและเสื้อกันฝนทุกครั้งเมื่อออกจากบ้าน เพราะคุณพ่อคุณแม่ทุกๆท่านจะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าฝนนั้นจะตกตอนไหนเมื่อไหร่ คุณพ่อคุณแม่ทุกๆท่าน ควรเตรียมความพร้อมไว้ก่อนเสมอ โดยหาร่มคันเล็กให้เหมาะกับมือลูก และใส่เสื้อกันฝนไว้ในกระเป๋า ทุกๆครั้งที่ออกจากบ้าน เมื่อฝนตกก็พร้อมหยิบออกมาใช้ได้ทันที ถ้าจะให้ดีคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านเตรียมผ้าขนหนู ผืนย่อมๆ ไว้ด้วย เผื่อเจ้าตัวน้อยโดนฝนมาจะได้มีผ้ามาเช็ดตัว เช็ดผม ก่อนสวมเสื้อกันฝน ที่เป็นของใช้เด็กของเจ้าตัวน้อย

 

หารองเท้าบูทไว้ติดบ้าน ข้อนี้สำหรับคุณพ่อคุณแม่ บ้านไหนที่มักจะเจอปัญหาน้ำท่วมขังเมื่อเวลาฝนตก เพราะน้ำที่ท่วมขังมากมีเชื้อโรคต่างๆไหลมากับน้ำที่ปะปนท่วมขัง ก็อาจจะทำให้เจ้าตัวน้อยไม่สบายได้ง่าย เพราะเจ้าตัวน้อยอาจจะไปเล่นน้ำที่ท่วมขังนั้นได้ ตามประสาวัยซน เพราะฉะนั้นรองเท้าบูทจึงเป็นอีกไอเทมหนึ่งที่มีความสำคัญ ที่คุรพ่อคุณมีควรมีติดบ้านไว้ให้กับเจ้าตัวน้อย ในทุกๆบ้านค่ะ

ทำให้เจ้าตัวน้อยแห้งอยู่เสมอๆ คุณพ่อคุณแม่ควรหมั่นเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เจ้าตัวน้อยสวมใส่อยู่เสมอๆ ต้องระบายอากาศได้ดี ไม่อับชื้น รวมถึงไม่ควรปล่อยให้เจ้าตัวน้อยตัวเปียกนาน หลังอาบน้ำ เพราะไข้หวัดอาจจะมาถามหาเจ้าตัวน้อยของคุณพ่อคุณแม่ได้ง่าย คุณพ่อคุณแม่ควรหาไดร์เป่าผมสักอันเอาไว้ใช้หลังจากที่ใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมเช็ดตัวให้กับเจ้าตัวน้อย เลือกไดร์แบบที่ใช้เฉพาะลมธรรมดา ไม่เปิดใช้เป็นลมร้อน เอาไว้เป่าผมให้เจ้าตัวน้อยให้แห้งไวขึ้น

หน้ากากป้องกันโรค หากเจ้าตัวน้อยจำเป็นต้องออกจากบ้าน ไปยังสถานที่ที่มีปัจจัยเสี่ยงกับโรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาล หรือ โรงเรียน คุณพ่อคุณแม่ควรหาหน้ากากลายน่ารักๆ ให้เจ้าตัวน้อยได้สวมใส่ เพื่อป้องกันเชื้อโรคที่จะผ่านเข้าทางเดินระบบหายใจ เพราะในปัจจุบันนี้ไข้หวัดนั้นเป็นง่ายแต่รักษาให้หายยากทำให้ติดโรคได้โดยที่ไม่รู้ตัวหากไม่ป้องกันให้ถูกวิธี หน้ากากอนามัย หรือ หน้ากากผ้าต่างๆ ที่สามารป้องกันได้ จึงเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ทุกๆท่าน จะฝึกให้เจ้าตัวน้อยใส่จนติดเป็นนิสัยเมื่อเวลาต้องออกจากบ้าน

 

การรักษาความสะอาด การใช้เจลล้างมือหรือล้างมือทุกครั้งก่อนกินขนม หรืออาหาร เพราะช่วงทางหลักอีกช่องทางหนึ่ง ที่เชื้อโรคจะเข้าสู่ร่างกายของเจ้าตัวน้อยได้ง่าย ก็คือทางปาก เจ้าตัวน้อยที่อยู่ในวัยซนอยู่ไม่นิ่งชอบหยิบจับสิ่งของเข้าปาก หรือ ของที่ตกพื้นเข้าปาก อย่างที่คุณพ่อคุณแม่ทุกๆท่านได้ทราบนั้น เชื้อโรคที่อยู่ตามของเล่น หรือตามพื้น นั้นอาจจะติดมือของเจ้าตัวน้อยและสุดท้ายนั้นก็จะเข้าสู่ร่างกายทางปาก เมื่อหยิบจับขนม หรืออาหารเข้าปาก ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรฝึกให้เจ้าตัวน้อยล้างมือทุกครั้งก่อนที่จะหยิบจับขนม หรืออาหาร คุณพ่อคุณแม่ทุกๆท่านควรหมั่นทำความสะอาดของเล่นของเจ้าตัวน้อยอย่างสม่ำเสมอเพื่อความปลอดภัยของเจ้าตัวน้อย

 

5 วิธีด้านบน ที่ได้กล่าวไปแล้วนั้นไม่ยากเลยใช่มั้ยค่ะ สำหรับคุณพ่อคุณแม่ทุกๆท่าน ขอแค่คุณพ่อคุณแม่ดูแลเอาใจใส่อย่างเคร่งครัด ก็จะทำให้เจ้าตัวน้อยห่างไกลจากโรคภัยที่มาพร้อมกับหน้าฝนนี้และไข้หวัดกลายเป็นไข้หวัดใหญ่กำลังเกิดขึ้นอยู่นะตอนนี้ ที่สำคัญคุณพ่อคุณแม่ควรดูแลร่างกายเจ้าตัวน้อยให้แข็งแรง คุณพ่อคุณแม่อย่าลืมให้เจ้าตัวน้อยทานน้ำให้มากๆ และกินอาหารที่มีประโยชน์ มีวิตามินสูง เพียงเท่านี้เจ้าตัวน้อยของคุณพ่อคุณแม่ก็จะผ่านหน้าฝนนี้ไปได้อย่างสบายๆได้แล้วค่ะ

 

จำหน่ายสินค้าแม่และเด็ก ของใช้เด็ก รถเข็น คาร์ซีท
https://www.baby8slot.com

ReplyQuote
Topic starter Posted : 11/05/2021 10:59 pm
baby8
(@baby8)
Eminent Member

เทคนิค ที่ทำให้เจ้าตัวน้อยชอบกินผลไม้

 

คุณพ่อคุณแม่หลายๆท่านมักเจอกับปัญหาที่ เจ้าตัวน้อยไม่ยอมกินผักผลไม้ ทั้งที่ตอนเด็กก็เคยบดกล้วยให้กิน แต่พอโตขึ้น กลับหยุดกินเอาดื้อๆสร้างความปวดหัวให้กับคุณพ่อคุณแม่ไม่น้อยเลย วันนี้ www.baby8slot.com มีเทคนิคดีๆที่จะทำให้เจ้าตัวน้อยหันมาชอบกินผลไม้

 

เทคนิค ที่ทำให้เจ้าตัวน้อยชอบกินผลไม้ การสร้างความประทำใจแรกด้วยผลไม้ที่ทานง่ายและรสชาติอร่อย การจะเปลี่ยนความคิดของเจ้าตัวน้อยนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรลองหาผลไม้ที่ดูแปลกใหม่ มาเริ่มต้นให้กับเจ้าตัวน้อย เช่น เมล่อน หรือถ้าหาไม่ได้ ลองเอาผลไม้รอบๆตัวมาปลอกเปลือก แกะเมล็ด บดหรือคั้นน้ำ ปั่น ด้วยอุปกรณ์ต่างๆที่เกรดสำหรับของใช้เด็กโดยเฉพาะเพื่อทำให้ทานได้ง่ายยิ่งขึ้น เพราะเจ้าตัวน้อยบางคนไม่ชอบการแกะหรือการกินที่ยุ่งยาก ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ลองเสิร์ฟให้พร้อมทานดู

 

นำผลไม้มาแช่เย็น เสริมให้มีรสชาติทีอร่อยมากยิ่งขึ้น คุณพ่อคุณแม่ลองหาผลไม้กระป๋อง เช่น เงาะกระป๋อง ลำไยกระป๋อง ลิ้นจี่กระป๋อง หรือผลไม้อื่นๆ นำไปแช่แข็งให้กินทั้งๆที่เป็นเกล็ดน้ำแข็ง ยิ่งอร่อยมากขึ้นไปอีก ดีไม่ดีอาจจะทำให้เจ้าตัวน้อยติดอกติดใจชอบกินขึ้นมาเลยก็ได้

 

นำผลไม้มาดัดแปรงตกแต่ง ใส่ลงไปในของโปรดที่เจ้าตัวน้อยชอบ สิ่งแรก ที่คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้ก่อนว่า เจ้าตัวน้อยชอบกินอะไรไม่ชอบกินอะไรบ้าง แล้วจึงนำผลไม้มาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ลงไปในเมนูโปรดของเจ้าตัวน้อย อย่างเช่น ทำไอติมแท่ง แล้วใส่ผลไม้หั่นใส่ลงไปด้วย คั้นน้ำผลไม้หรือปั่นน้ำผลไม้เย็นๆ ให้เจ้าตัวน้อย โดยเครื่องปั่นที่เป็นของใช้เด็กโดยเฉพาะ

หาสาเหตุที่เจ้าตัวน้อยไม่ชอบทานผลไม้ เพื่อเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ คุณพ่อคุณแม่ลองสังเกตุดูว่า ผลไม้แบบไหนที่เจ้าตัวน้อยมักมีอาการปฏิเสธการกิน เพราะเจ้าตัวน้อยแต่ละคนมีความไม่ชอบผลไม้ที่แตกต่างกันไป บางคนไม่ชอบผลไม้เนื้อนิ่มและมีกลิ่น เช่น ทุเรียน กล้วย มะละกอ มะม่วง หรือผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น มะนาว เลม่อน กีวี่ สตอเบอรี่ แครนเบอรี่ ส้มบางสายพันธุ์ เป็นต้น ผลไม้ที่มีรสหวานเจ้าตัวน้อยบางคนก็ไม่ชอบ เช่น เมล่อน ส้มบางสายพันธุ์ มะละกอสุก เป็นต้น คุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องหาผลไม้แปรรูปมาลองให้เจ้าตัวน้อยลองกิน เช่น มะม่วอบแห้ง สตอเบอรี่อบแห้ง มะม่วงอบแห้ง กล้วยทอด กล้วยตาก กล้วยอบ ทุเรียนทอด ผลไม้ฟรีซดราย เช่น ทุเรียน มะม่วง มังคุด เป็นต้น

คุณพ่อคุณแม่ควรกินผลไม้หลังอาหารทุกมื้อ เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเจ้าตัวน้อยได้เห็นเพื่อเป็นการปลูกฝังให้เจ้าตัวน้อยรู้สึกคุนเคยกับการกินผลไม้

การที่จะทำให้เจ้าตัวน้อยหันมาชอบกินผลไม้นั้น เป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรใส่ใจหรือสังเกตุดูว่าเจ้าตัวนั้นชอบหรือไม่ชอบผลไม้ที่มีรสชาติ รสสัมผัส หรือมีเนื้อสัมผัส แบบใด เพื่อเป็นสร้างการกินผลไม้เพื่อเป็นประโยชน์ให้กับเจ้าตัวน้อยของคุณพ่อคุณแม่นั่นเอง

คุณพ่อคุณแม่ทุกๆท่านสามารถ ติดตามอ่านบทความดีๆที่น่าสนใจอื่นๆ หรือสินค้าคุณภาพนำเข้าจากต่างประเทศ มากมาย เช่น จำหน่ายสินค้าแม่และเด็ก ของใช้เด็ก รถเข็น คาร์ซีท ของเล่นเสริมพัฒนาการ ฯลฯ
https://www.baby8slot.com

ReplyQuote
Topic starter Posted : 12/05/2021 11:44 pm
baby8
(@baby8)
Eminent Member

การเลี้ยงเจ้าตัวน้อยให้อยู่กับสัตว์เลี้ยง

 

คุณพ่อคุณแม่หลายๆท่านอาจจะมีการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงที่เป็นน้องหมา น้องแมว ก่อนที่จะมีเจ้าตัวน้อยที่กำลังจะเป็นสมาชิกใหม่ของบ้าน หรือบ้านไหนที่มีเจ้าตัวน้อยอยู่แล้ว แล้วอยากมีสมาชิกใหม่ที่เป็นสัตว์เลี้ยง มาให้เป็นเพื่อเล่นกับเจ้าตัวน้อยของคุณพ่อคุณแม่ คงจะมีความกังวลและคำถามว่า จะเลี้ยงเจ้าตัวน้อยกับสัตว์เลี้ยงอย่างไรดี สัตว์เลี้ยงจะมีผลดี หรือผลเสีย ยังกับเจ้าตัวน้อยของคุณพ่อคุณแม่มากแค่ไหน ก่อนที่จะตัดสินใจ หาสัตว์เลี้ยงมาเป็นสมาชิกใหม่ หรือจะยกสัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงอยู่ให้กับคนอื่น ทาง www.baby8slot.com ของเรามีข้อเสนอมาแนะนำเป็นข้อคิดให้คุณพ่อคุณแม่ได้ฟังกันค่ะ คิดถึงของใช้เด็ก รถเข็นเด็ก คาร์ซีท ของเล่นเสริมพัฒนาการ อย่าลืมคิดถึงเรานะคะ

การเลี้ยงเจ้าตัวน้อยให้อยู่กับสัตว์เลี้ยง เช่น น้องหมา น้องแมว หรือสัตว์เลี้ยงชนิดอื่นๆนั้น คุณพ่อคุณแม่ทุกๆท่านที่กำลังมีความคิดที่จะหาสัตว์เลี้ยงเพื่อให้มาเป็นเพื่อนกับเจ้าตัวน้อยได้เลยค่ะ เพราะคุณพ่อคุณแม่หลายๆบ้านก็มีการเลี้ยงสัตว์เลี้ยง เช่น น้องหมา น้องแมว ให้อยู่กับเจ้าตัวน้อยอยู่แล้ว จนดูเป็นสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัวเป็นพี่เป็นน้องกันเลยทีเดียว และที่สำคัญคือ เจ้าตัวน้อยที่โตมาพร้อมๆกับสัตว์เลี้ยง มักมีสารต่อต้านเชื้อโรคในร่างกาย พวกแอนติบอดี้ ที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ หอบหืด แพ้อากาศ และยังมีพัฒนาการที่รวดเร็ว มีความอ่อนโยน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ โอบอ้อมอารี มากกว่าเด็กในวัยเดียวกันที่ไม่ได้โตมาพร้อมๆกับสมาชิกที่เป็นสัตว์เลี้ยง ดังนั้น การหาเพื่อนให้กับเจ้าตัวน้อย ที่เป็นเพื่อนรัก 4 ขา หรือสัตว์เลี้ยงชนิดอื่นๆ ก็ดูจะเป็นประโยชน์กับเจ้าตัวน้อยของคุณพ่อคุณแม่มากกว่าจะเป็นผลเสียมากเลยทีเดียวเชียวค่ะ

 

เจ้าตัวน้อยของเราจะมีอาการแพ้ขนหมา ขนแมว หรือไม่ ถ้าหากในครอบครัวของคุณพ่อคุณแม่มีประวัติเคยแพ้ขนสัตว์อยู่ ก็มีโอกาสที่เจ้าตัวน้อยจะมีอาการแพ้ขนสัตว์ได้เช่นเดียวกันค่ะ ซึ่งจริงๆแล้ว อาการแพ้ขนสัตว์ที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ได้มาจากขนของน้องหมา น้องแมว แต่เป็นอาการแพ้โปรตีนที่อยู่ในเศษขี้ไคล น้ำลาย ที่อยู่ตามขน และฉี่ของสัตว์เลี้ยง ถ้าคุณพ่อคุณแม่ท่านใดยังไม่มีความมั่นใจ ก็ลองให้เจ้าตัวน้อยได้ลองให้เล่นกับน้องหมา น้องแมว ไม่ว่าจากร้านขายสัตว์เลี้ยง หรือคาเฟ่สัตว์เลี้ยง ทั่วๆไปดูค่ะ ถ้าเจ้าตัวน้อยมีกรแสดงอาการแพ้ เช่น ไอ จาม คัดจมูก คันตา น้ำตาไหล น้ำมูกไหล หายใจลำบาก หอบหืด หรือเกิดผื่นขึ้นตามใบหน้า คอ แขน ขา และตามลำตัว หลังจากที่สัมผัส น้องหมา น้องแมว ไปแล้ว 30 นาที – 6 ชั่วโมง คุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องตัดใจที่จะมีสมาชิก 4 ขา ที่เป็นน้องหมา น้องแมว แล้วลองไปหาดูสัตว์เลี้ยงชนิดอื่นที่ไมมีขนดูค่ะ

 

เจ้าตัวน้อยที่เป็นภูมิแพ้ มีอาการแพ้น้องหมา น้องแมว จะอยู่บ้านเดียวกันได้หรือไม่ คุณพ่อคุณแม่ไม่จำเป็นที่จะต้องยกน้องหมา น้องแมว ไปให้คนอื่นดูแลแทน เมื่อรู้ว่าเจ้าตัวน้อยมีอาการแพ้ค่ะ เพียงแต่คุณพ่อคุณแม่ จะต้องจัดการบริเวณให้น้องหมา และน้องแมว ให้อยู่เป็นสัดส่วน เพื่อที่จะจำกัดพื้นที่ในการหลุดร่วงของเส้นขนของน้องหมา น้องแมว เพื่อไม่ให้ฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณบ้าน หากมีน้องหมา น้องแมว อยู่ในบ้านแล้วนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรจะต้องยิ่งดูแลความสะอาเป็นพิเศษ ใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดตามพื้น บนโต๊ะ ใต้โต๊ะ ใต้ตู้ เก้าอี้ โซฟาทุกวัน การกวาดนั้นยังไม่สะอาดพอค่ะ แถมยังทำให้ขนน้องหมา น้องแมว ฟุ้งกระจายเต็มบ้านอีกต่างหาก เพราะฉะนั้นการดูดด้วยเครื่องดูดฝุ่นจึงเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณควรทำทุกวันค่ะ หลังจากใช้เครื่องแล้วนั้น ครวถูบ้านด้วยน้ำยาที่มีส่วนผสมของยาฆ่าเชื้อโรคทุกอาทิตย์ เน้นตามพื้น ซอกมุม รอยต่อของไม้ ตามจุดต่างๆ ที่เจ้าตัวน้อยจะเข้าไปสัมผัส

นอกจากนั้น คุณพ่อคุณแม่ยังต้องหมั่นอาบน้ำ แปรงขน ให้กับน้องหมา น้องแมว ทุกอาทิตย์ เพื่อเป็นการสางขนชุดเก่า และสิ่งสกปรกตามขนซึ่งเป็นสาเหตุของอาการแพ้ให้หลุดออก

 

สิ่งที่ควรปฏิบัติเมื่อเลี้ยงน้องหมา น้องแมว ไว้ในบ้าน ข้อควรระมัดระวัง คือ อย่าให้คุณพ่อคุณแม่เป็นพาหะ นำเส้นขนของน้องหมา น้องแมว ไปใกล้ชิดกับเจ้าตัวน้อยโดยไม่รู้ตัว ดดยที่ทุกครั้งที่มีการเล่น หรือมีการสัมผัสกับน้องหมา น้องแมว แล้ว ต้องล้างมือทุกๆครั้ง ยิ่งถ้ามีการอุ้มน้องหมา น้องแมว ด้วยแล้วนั้น ควรใช้สก็อตเทปทำความสะอาดตามตัว อย่าให้มีเศษขนติดอยู่ตามเสื้อผ้าโดยเด็ดขาด

 

ไม่ควรให้เจ้าตัวน้อยวัย 0-3 เดือน อยู่ใกล้ชิดกับสัตว์เลี้ยง เพราะเจ้าตัวน้อยยังงมีภุมิคุ้มกันไม่แข็งแรงที่มากพอ จะทำให้มีความเสี่ยง เกิดอาการแพ้ได้ง่าย

 

การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงไว้ใกล้ชิดกับเจ้าตัวน้อยนั้น มีทั้งข้อดีและข้อเสีย คุณพ่อคุณแม่ควรลองชั่งน้ำหนักก่อนจะตัดสินใจรับสมาชิกใหม่ที่เป็นเพื่อน 4 ขา ให้มาอยู่กับเจ้าตัวน้อยเพื่อให้โตมาด้วยกันกับเจ้าตัวน้อย ส่วนคุณพ่อคุณแม่บ้านไหนที่มีน้องหมา น้องแมว อยู่แล้ว คุณพ่อคุณแม่ควรจะต้องหมั่นดูแลทำความสะอาด ระวังเห็บหมัด เป็นพิเศษ และที่สำคัญ ควรเลี้ยงให้เป็นเพื่อนกัน ให้โตมาด้วยกัน อย่ามัวแต่ดูแลเจ้าตัวน้อยจนละเลยการดูแล สมาชิก 4 ขา นะคะ

 

คิดถึงของใช้เด็ก รถเข็นเด็ก คาร์ซีท ของเล่นเสริมพัฒนาการ อย่าลืมคิดถึงเรานะคะ

www.baby8slot.com

ReplyQuote
Topic starter Posted : 13/05/2021 11:16 pm
baby8
(@baby8)
Eminent Member

รวมวิธีคลายร้อน ช่วยให้เจ้าตัวน้อยอารมณ์ดี

 

วันนี้ทาง www.baby8slot.com ที่เป็นแหล่งรวมสินค้า ของใช้เด็กทั้งรถเข็นเด็ก คาร์ซีท ของเล่นเสริมพัฒนาการ ฯลฯ มีทริคดีๆ ที่จะช่วยคลายร้อนให้กับเจ้าตัวน้อยของคุณแม่ทุกท่านมีอารมณ์ดี อย่างที่ทราบกันว่าประเทศไทยนั้นมี อากาศร้อน และร้อนมาก ถึงขั้นร้อนปรอทแตกกันเลยทีเดียว ขนาดคุณพ่อคุณแม่ที่เป็นผู้ใหญ่ ยังทนร้อนแทบไม่ไหว แล้วเจ้าตัวน้อยที่เป็นแก้วตาดวงใจของคุณพ่อคุณแม่ จะทนไหวได้ยังไง จะไม่ร้องงอแง เพราะอากาศร้อนได้อย่างไร เรามาดูทริคดีๆ ที่ทางเราเอามาฝากกันค่ะ

 

การอาบน้ำ เล่นน้ำให้เต็มที่ คุณพ่อคุณแม่สามารถเริ่มต้นวันให้กับเจ้าตัวน้อยให้สดชื่น ร่าเริงตั้งแต่เช้าด้วยการเล่นน้ำ ตบท้ายด้วยการโรยแป้งเย็นให้กับผิวของเจ้าตัวน้อย หรือจะเพิ่มการเล่นน้ำยามบ่าย หรือตอนเย็น ก็เป็นตัวช่วยที่ดี คุณพ่อคุณแม่ลองเปลี่ยนบรรยากาศให้เจ้าตัวน้อยเล่นน้ำนอกสถานที่ โดยเปลี่ยนจากการเล่นน้ำในห้องน้ำ เปลี่ยนมาเล่นที่สวน โดยใช้สายยางฉีดเล่นแทน ก็เพิ่มความสนุกให้เจ้าตัวน้อยและคุณพ่อคุณแม่ได้ใช้เวลาร่วมกัน หรือการเล่นน้ำในอ่างน้ำยางเป่าลม ก็เป็นอีกวิธีที่จะทำให้เจ้าตัวน้อยมีความสุข

สวมเสื้อผ้าที่บางและโปร่งสบาย ระบายอากาศได้สะดวก คุณพ่อคุณแม่ควรเลือกเสื้อผ้าเด็กให้เหมาะสมกับสภาพอากาศในบ้านเรา อาจจะเป็นผ้าฝ้าย (cotton) หรือ ผ้าฝ้ายผสมผ้าใยสังเคราะห์ (cotton spandex) ที่สามารถดูดซับเหงื่อ และระบายอากาศได้ดีเยี่ยม ที่สำคัญ ควรใส่เป็นเสื้อกล้าม หรือเสื้อแขนกุด เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าตัวน้อยเกิดความรำคาญไม่สบายตัวระหว่างวัน

หลีกเลี่ยงอาหารร้อนจัด และดื่มน้ำให้มากๆ อาหารประเภทซุป ก๋วยเตี๋ยว ข้าวต้ม ช่วงอากาศร้อนนี้ไม่ควรให้เจ้าตัวได้กิน หรืออาหารจานโปรดของเจ้าตัวน้อยที่เป็นจานโปรดก็อย่าให้ร้อนจัดจนเกินไป คุณพ่อคุณแม่ควรปล่อยให้เย็นลงสักนิด ไม่งั้นความร้อนของน้ำซุป อาจจะทำให้เจ้าตัวน้อยร้อนปาก จนทำให้เจ้าตัวน้อยมีอารมณ์บูด งอแง ได้ง่ายที่สำคัญ คุณพ่อคุณแม่ควรให้เจ้าตัวน้อยได้จิบน้ำบ่อยๆตลอดทั้งวัน เพื่อทดแทนน้ำในร่างกายที่เจ้าตัวน้อยสูญเสียไปกับเหงื่อในระหว่างวัน ถ้าเจ้าตัวน้อยไม่ยอมกินน้ำบ่อยๆ คุณพ่อคุณแม่ลองหาแก้วน้ำลายน่ารักๆ ที่เจ้าตัวน้อยชอบให้ใช้ แต่ควรเลือกแก้วน้ำที่เป็นเกรดของใช้เด็ก เพื่อป้องกันสารเคมีที่อาจปนเปื้อนได้

 

พาเจ้าตัวน้อยเที่ยวตามสถานที่ที่อากาศเย็นสบาย คุณพ่อคุณแม่บางบ้านอาจวางแผนไปเที่ยวทะเล น้ำตก หรืออาจจะเป็นห้างสรรพสินค้า หรือซุปเปอร์มาเก็ตติดแอร์ใกล้บ้านก้ได้ค่ะ เพราะไม่ว่าจะไปที่ไหน เจ้าตัวน้อยก็พร้อมให้ความร่วมมือสำหรับการได้ออกไปเที่ยวนอกบ้าน

 

เปิดพัดลม และแอร์ช่วยคลายร้อน คุณพ่อคุณแม่บางบ้านอาจจะไม่อยากพาเจ้าตัวน้อยออกไปเที่ยวนอกบ้าน ไม่ว่าจะเหตุผลอย่าง ออกไปเจออากาศร้อนๆ หรือไปเจอคนเยอะๆ การอยุ่บ้านเปิดพัดลม เปิดแอร์ อยู่ที่บ้านโดยการทำมุมหนึ่งให้เป็นมุมเย็นสบายให้กับเจ้าตัวน้อย เปิดพัดลมเพื่อระบายอากาศให้ระบายถ่ายเท แต่ถ้ายังร้อนอยู่การเปิดแอร์ให้เจ้าตัวน้อยก็เป็นอีกตัวช่วยให้เจ้าตัวน้อย ถ้าคุณแม่คุณพ่อกลัวเรื่องค่าไฟแพง ลองหาพัดลมไอเย็นมาเป็นตัวช่วยให้กับเจ้าตัวได้ค่ะ แต่คุณพ่อคุณแม่ต้องระวังเรื่องความชื่นในอากาศที่อาจจะมาเกิดไปด้วยนะคะ

 

การกินน้ำสมุนไพร ผลไม้แช่เย็น น้ำแข็งใสเย็น ก็ช่วยดับความร้อนได้ดี คุณพ่อคุณแม่ลองให้เจ้าตัวน้อยได้ลองกินน้ำ เก๊กฮวย หล่อฮังก๊วย หรือน้ำสมุนไพรที่มีคุณสมบัติคลายร้อนในร่างกาย ระหว่างวัน การหาอาหารว่างเป็นผลไม้แช่เย็น ที่ความฉ่ำ หวาน เย็นๆ เช่น แตงโม แคนคาลูป เงาะ ลิ้นจี่ เมล่อน น้ำส้มคั่น เพื่อเพิ่มความสดชื่นในระหว่างวันได้ดีทีเดียว คุณพ่อคุณแม่บางบ้านอาจจะใช้ผลไม้กระป๋อง นำไปแช่เย็นให้เป็นไอติมเกล็ดน้ำแข็ง ก็เป็นการทำให้เจ้าตัวน้อยชอบกินผลไม้ได้ค่ะ

 

ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ด หรือใช้สเปรย์บนใบหน้า และร่างกายลูกน้อย ถ้าอากาศร้อนๆ คุณพ่อคุณแม่ก็จำเป็นที่จะต้องหาตัวช่วยมาให้เจ้าตัวน้อย นอกจากวิธีที่ได้กล่าวไปแล้ว การใช้ผ้าชุบน้ำเย็น หรือการใส่น้ำใลงในสเปรย์แล้วเอาไปแช่เย็นในตู้เย็น พออากาศร้อนจัดๆ จนเจ้าตัวน้อยเริ่มหงุดหงิด งอแง จากความร้อน ก็เอาสเปรย์ที่แช่เย็นเตรียมไว้มาฉีด หรือผ้าชุบน้ำเย็นมาประคบหรือฉีดพ่นตามใบหน้า แขน ขา และตามตัว ก็ช่วยคลายร้อนได้อีกวิธี

 

นอกจากวิธีที่ได้กล่าวไปแล้วคุณพ่อคุณแม่ ก็อาจจะปรับสภาพแวดล้อม รอบๆบ้านให้มีอากาศถ่ายเทได้ดี ให้มีลมช่วยระบายความร้อน ถ้าคุณพ่อคุณแม่บ้านไหนมีพื้นที่มากพอก็ปลูกต้นไม้เพื่อให้ร่มเงาและเป็นการดูดซับความร้อน ทำให้บ้านเย็นขึ้นได้ค่ะ

 

จำหน่ายสินค้าแม่และเด็ก ของใช้เด็ก รถเข็น คาร์ซีท
https://www.baby8slot.com

ReplyQuote
Topic starter Posted : 14/05/2021 10:50 pm
Page 2 / 4
Share: