น้ำตาร่วง-เปิดใจ ปุ๊กกี้-ต๋อง แยกทางเพราะวัย

หลังชีวิตคู่ระหว่าง อดีตนักร้องขวัญใจวัยโจ๋ “ปุ๊กกี้-ปริศนา พรายแสง” สาวลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย กับอดีตนักร้องวงทู “ต๋อง-สุรพันธ์ จำลองกุล” มีอันต้องเลิกราร้างลง โดยทั้งคู่ได้พากันไป จดทะเบียนหย่าขาด สิ้นสุดความเป็นสามีภรรยา กันที่เขตสายไหม เมื่อวันที่ 16 ก.พ. และปุ๊กกี้ได้ออกมาเผยถึงเหตุผล ที่ต้องแยกทางจากกันว่า เป็นเพราะมีปัญหาครอบครัว ที่เคลียร์กันไม่ลงตัวหลายอย่าง รวมทั้งวุฒิภาวะและวัยที่แตกต่างกันมาก โดยฝ่ายชายขณะนี้อายุ 35 ปี ขณะที่ปุ๊กกี้เพิ่งมีอายุ 24 ปี จึงทำให้ไม่สามารถนำพานาวาชีวิตคู่ไปถึงจุดหมายปลายทางได้นั้น

ที่ห้อง 21 ตึกจีเอ็มเอ็มแกรมมี่เพลส ถนนสุขุมวิท 21 เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 18 ก.พ. อดีตคู่สามีภรรยา ได้เปิดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการถึงเรื่อง ที่ความรักได้หักสะบั้นลงอย่างสิ้นเชิง โดยต๋องและปุ๊กกี้ ที่จะพยายามฝืนยิ้ม ทำท่าทางสดชื่น เมื่อพบกลุ่มผู้สื่อข่าวที่มาเฝ้ารอการแถลงข่าว แต่ก็ยังเห็นริ้วรอยแห่งอารมณ์ เศร้าเคลือบแฝงอยู่บนใบหน้า โดยเฉพาะดวงตาของทั้งคู่มีน้ำตาคลอเบ้า

อดีตนักร้องวงทู “ต๋อง-สุรพันธ์” เปิดแถลงถึงสาเหตุที่ต้องหย่าร้างกับปุ๊กกี้ว่า ทุกคนคงจะได้ทราบข่าวการหย่าร้างของตนกับปุ๊กกี้แล้ว โดยการหย่าร้างกันครั้งนี้ เกิดจากความเข้าใจกันดี ไม่ได้มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันและไม่ได้มีเรื่องราวของมือที่ 3 หรือคนใหม่เข้ามาเกี่ยวข้องแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะว่าเราเข้าใจกันมาก อยากให้ทุกอย่างยุติ อยากให้ความสุขด้วยกันทุกฝ่าย ปุ๊กกี้ก็ทำหน้าที่แม่ที่ดีของลูกต่อไป ตนก็จะทำหน้าที่พ่อที่ดี ดูแลลูกชายลูกสาว 2 คนต่อไป เรื่องสินสมรสไม่มีปัญหา ตกลงกันได้ ถึงจะหย่าร้างกันไปแต่เราก็จะดูแลกันตามอัตภาพ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมปุ๊กกี้ถึงไม่เลี้ยงลูกเอง ปุ๊กกี้ตอบว่า ด้วยศักยภาพของพี่ต๋องดีกว่าปุ๊กกี้ทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นอายุ หน้าที่การงาน หรือทรัพย์สมบัติที่มี สามารถเลี้ยงดูลูกได้ ส่วนตนอยู่คอนโดฯ เป็นที่แคบทำให้สงสารลูก กลัวว่าเขาจะอยู่ไม่ได้ เพราะเขาเกิดที่บ้านหลังที่อยู่ปัจจุบัน ยอมรับว่าเมื่อได้ออกมาใช้ชีวิตอยู่คนเดียวที่คอนโดฯ ย่านลาดพร้าว และอยู่โดยที่ไม่มีลูก ก็คิดถึงลูกมาก ขอบอกว่าปุ๊กกี้ไม่ได้ทิ้งลูก ยังกลับไปดูแลลูกเหมือนเดิมที่บ้านพี่ต๋อง เพียงแต่กลับมาอยู่มานอนที่คอนโดฯเท่านั้น ที่ผ่านมาเราพยายามจูนเข้าหากันเพื่อที่จะดูแลลูกๆ สร้างความสมบูรณ์ให้ครอบครัว ไม่อยากทะเลาะกันให้ลูกเห็น เราเคยจูงมือกันไปพบจิตแพทย์มาแล้ว แต่ก็ยังจูนกันไม่ติด เมื่อเดินทางมาถึงจุดจุดหนึ่ง คือจุดที่เราเข้าใจกันดีมาก ถึงได้เลิกกัน แต่ละคนก็มีจุดหมายปลายทางที่ต่างกัน เข้าใจชีวิตต่างกัน เพราะฉะนั้น เราเดินคนละเส้นทางจะดีกว่า แต่ปุ๊กกี้ขอย้ำว่าเราไม่ได้ทะเลาะกันและไม่ได้โกรธกัน

ต่อข้อถามว่า ปุ๊กกี้จะทำอย่างไรต่อจากนี้ไป ปุ๊กกี้ตอบว่า ตอนนี้ยังคิดอะไรไม่ออก ยังมึนอยู่ คิดอย่างเดียวว่าอยากเรียนต่อ และหาเวลาเลี้ยงลูก ส่วนอนาคตคงต้องกลับไปอยู่ออสเตรเลีย แต่ตอนนี้ขออยู่ดูลูกก่อนเพราะเขายังเล็ก ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าลูกโตขึ้นจะพาไปอยู่ออสเตรเลียด้วยหรือไม่ ปุ๊กกี้ตอบว่าต้องถามพี่ต๋องก่อนว่าเหมาะหรือไม่ ถ้าจะพาลูกไปเรียนหนังสือที่โน่น ตอนนี้เรายังไม่ได้คุยกันถึงตรงนั้น ยอมรับว่าค่อนข้างกังวลเรื่องข่าว เพราะกลัวมีผลกระทบถึงลูก จึงอยากให้ทุกอย่างยุติโดยเร็วที่สุด อยากขอร้องพี่ๆนักข่าวเรื่องการนำเสนอข่าว อยากให้เห็นใจลูกที่กำลังเรียนหนังสือเพราะลูกเพิ่งอายุ 5 ขวบ และ 2 ขวบครึ่งเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้แสดงความกังขาในการที่ปุ๊กกี้ และต๋องเผยว่าเหตุที่ต้องเลิกกันเพราะเข้าใจกัน ซึ่งปุ๊กกี้ก็ได้เผยทั้งน้ำตานองหน้าถึงเหตุลึกๆ ที่เลิกกันว่า อย่างที่ทราบกันว่าปัญหาหลายอย่างเกิดจากวุฒิภาวะ และอายุของปุ๊กกี้กับพี่ต๋องที่ห่างกันมากถึง 11 ปี ทุกคนคงจะทราบดีว่า จุดเริ่มต้นของเราไม่ดีนัก แต่เราพยายามใช้ความเข้าใจ และพยายามที่จะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันปุ๊กกี้ตอนนั้น ยังเด็กมากยังไม่ค่อยรู้เรื่อง และไม่มีทางเลือกเพราะตอนนั้นตั้งท้องขึ้นมา เราสองคนก็ต้องขอรับผิดชอบ ในสิ่งที่ตัวเองกระทำ โดยยังไม่ได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันให้ดี พอหลังจากใช้ชีวิตด้วยกันก็มีเรื่องขัดกันบ้างไม่เข้าใจกันบ้าง เพราะความคิดมันไม่เหมือนกัน ปุ๊กกี้ยังเด็ก ความคิดก็ยังเป็นเด็ก เข้าใจว่าพี่ต๋องก็พยายามเข้าใจปุ๊กกี้มากที่สุด แต่ปุ๊กกี้ก็รู้ว่าทำให้พี่ต๋องลำบากใจเมื่อลำบากใจกันทั้งสองฝ่ายก็เกิดความเครียดไม่เข้าใจกัน ทะเลาะกัน เมื่อทะเลาะกันลูกก็เห็นถึงปัญหาของพ่อแม่ ปุ๊กกี้ไม่อยากให้ลูกมีปัญหาต่อไป เรื่องหย่าเราคิดกันมานานแล้วแต่ก็ยังอยู่บ้านเดียวกันตลอด กระทั่งเมื่อวันที่ 16 ก.พ. ถึงได้ไปหย่า และวันที่ 17 ก.พ. ปุ๊กกี้ก็แยกออกมา แต่แม้จะแยกกันเราก็ยังคุยกันเหมือนเดิม แม้ไม่ใช่ในฐานะสามีภรรยา แต่ก็เป็นพี่เป็นน้องกัน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงนางจารุพรรณ พรายแสง ผู้เป็นมารดา ที่ขัดขวางความรักของปุ๊กกี้มาตั้งแต่ต้นว่า เมื่อเลิกกับพี่ต๋องแล้วแม่ว่าอย่างไรบ้าง ปุ๊กกี้ตอบว่า ไม่ได้ว่าอะไร และยังเป็นกำลังใจให้ปุ๊กกี้มากกว่า แม่เข้าใจว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ปุ๊กกี้ตัดสินใจแล้ว เขาไม่เข้ามายุ่งแต่แม่จะบอกว่าสงสารหลาน ถ้าจะเลิกกันก็ขอให้จบกันด้วยดี ส่วนลูกชายคนเล็กคือน้องแบมแบมเขาไม่ค่อยเข้าใจเพราะเขาเพิ่งสองขวบกว่า แต่น้องแพบเบิ้ลลูกสาวคนโตอายุ 5 ขวบแล้ว คิดว่าเขาคงเข้าใจ

หลังปุ๊กกี้กล่าวจบ ต๋องได้กล่าวเสริมว่า ได้อธิบายให้ลูกเข้าใจว่าอะไรเกิดขึ้น เพราะทราบดีว่าเมื่อมีข่าวออกไปต้องมีผลกระทบมาถึงลูกแน่นอน ตนก็จะบอกลูกว่าพ่อกับแม่ยังรักกันดีอยู่ แต่มีความจำเป็นต้องแยกกันอยู่คนละที่ พ่อก็ยังรักลูกเหมือนเดิม แม่ก็ยังรักลูก เมื่อเราพูดแบบนี้เขาก็เข้าใจในระดับหนึ่ง แต่ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะไม่ให้ลูกรับรู้ทั้งหมดว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะเมื่อลูกเห็นรูปพ่อแม่ในหนังสือพิมพ์เขาก็ต้องถามว่าเกิดอะไรขึ้น หรือคนที่ทราบเรื่องก็ต้องมาพูดกับลูก จึงอยากขอความกรุณาให้ทุกอย่างยุติลงด้วยดี สงสารครอบครัวตนและลูกของตนด้วย ส่วนปุ๊กกี้ตนเข้าใจดี ถ้าย้อนเวลากลับไป ก่อนหน้านั้นปุ๊กกี้ใช้ชีวิตอยู่กับแม่มาตลอด แล้วก็มาใช้ชีวิตอยู่ในวงการบันเทิง มีชื่อเสียงจนแทบไม่มีเวลาให้กับตัวเอง กระทั่งมาใช้ชีวิตครอบครัวอยู่กับตน ทราบว่าการมาใช้ชีวิตครอบครัวทำให้เขาไม่ได้ทำในสิ่งที่เขาอยากทำ ในสิ่งที่วัยรุ่นทุกคนอยากจะเป็น คืออยากใช้ชีวิตวัยรุ่นให้เต็มที่ก่อนมีครอบครัว ถ้าเข้าใจกันในลักษณะแบบนี้ ก็คิดว่าต่างคนต่างให้อิสระกันดีกว่า อย่าเหนี่ยวรั้งกันไว้เลย

เมื่ออดีตสามีกล่าวจบ ปุ๊กกี้ซึ่งมีดวงตาแดงก่ำน้ำตาคลอเบ้า มือถือผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาที่ไหลรินอยู่ ตลอดเวลา ได้กล่าวขึ้นว่า ปุ๊กกี้รู้ว่ามันเหนื่อย ที่พี่ต๋องต้องมาดูแลปุ๊กกี้ ทั้งที่เขาก็ให้สิทธิ์ให้อิสระปุ๊กกี้ว่าอยากจะทำอะไรก็ทำ แต่ปุ๊กกี้รู้สึกว่าตัวเองเห็นแก่ตัวเอาเปรียบ เมื่อปุ๊กกี้กล่าวมาถึงตอนนี้พลันก็ปล่อยโฮร่ำไห้ออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจอย่างหนัก ขณะที่ต๋องเองก็มีน้ำตาคลอเบ้า พร้อมกับเอื้อมมือไปโอบไหล่ อดีตภรรยาแล้วตบเบาๆ เป็นการปลอบใจปุ๊กกี้ และกล่าวขึ้นว่าขอบอกว่าถึงเราจะเลิกกัน แต่ยังเข้าใจกันดีอยู่ เพียงแค่เปลี่ยนสถานภาพจากสามีภรรยา มาเป็นญาติสนิท เป็นพี่เป็นน้องกัน ต่อจากนี้ไปแต่ละคนก็ทำหน้าที่ของแต่ละคน อยากให้ทุกคนเข้าใจด้วยครับเพราะสงสารลูก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศในการแถลงข่าวครั้งนี้ เต็มไปด้วยความเศร้า โดยทั้งคู่ใช้เวลาในการแถลง ข่าวเพียง 15 นาที ก็เป็นอันยุติ เนื่องจากปุ๊กกี้ยังร่ำไห้อย่างหนักจนไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้อีก ทำให้การแถลงข่าวต้องเลิกไปโดยปริยาย จากนั้นทั้งคู่ก็ได้ประคองกันกลับไป

Author: ผู้บังคับการ